ก่อนที่จะดูเนื้อหาที่เรียนกันในสัปดาห์นี้ ขอย้อนไปดูเนื้อหา
ส่วนที่หัวข้อ ของสัปดาห์ที่แล้วก่อน
2. Present Continuous Tense
รูปประโยค
ประธาน + is/am/are + คำกริยา ing
Subject + is/am/are + V ing
ใช้กับเหตุการณ์
1. ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้/ตอนนี้
2. ที่จะเกิดในอนาคตและมักมีคำที่บอกเวลาในอนาคต
ตรงนี้ต้องจำ
1. V ing แปลได้ 2 อย่าง คือ
กำลังทำ... หรือ การ... (ถ้าใช้เป็นคำนาม)
2. การเลือกใช้ is / am / are
isใช้กับประธานเอกพจน์บุรุษที่3
am ใช้กับ I เท่านั้น
are ใช้กับประธานพหูพจน์
ตัวอย่างประโยค
เขากำลังอ่านหนังสือในห้องของเขา
He is reading a book in his room.
ฉันกำลังฟังข่าวด่วนอยู่
I am listening to the breaking news.
พ่อของฉันกำลังวิ่งอยู่ในสวน
My father is running in the garden.
*** ต่อไปเนื้อหาที่สอนในวันที่ 12 กพ. 2555
แปลประโยค
We are studying Thai language now
พวกเรากำลังเรียนวิชาภาษาไทยอยู่ตอนนี้
We are studying on the next Sunday.
พวกเราจะไปเรียนวันอาทิตย์หน้า
ข้อสังเกต
2 ประโยคข้างต้นมีรูปกริยาที่เหมือนกันแต่ที่แปลต่างกัน
เพราะในประโยคที่ 2 มีคำบอกเวลาในอนาคต(ที่ขีดเส้นใต้)
จึงต้องแปลในความหมายที่ว่า จะทำอะไรในอนาคต
ตัวอย่างคำที่บอกเวลาในอนาคตอื่นๆ
tomorrow วันพรุ่งนี้
tonight คืนนี้
today วันนี้
next month เดือนหน้า
next year ปีหน้า
this Monday วันจันทร์นี้
this August เดือนสิงหาคมนี้
แปลประโยค
We are doing exercise now.
เขากำลังออกกำลังกายอยู่ตอนนี้
She is not working in her room.
เธอไม่ได้กำลังทำงานในห้องของเธอ
He and his boss are talking tomorrow.
เขากับเจ้านายของเขาจะคุยกันในวันพรุ่งนี้
3 Present Perfect Tense
รูปประโยค
ประธาน + have/has + คำกริยาช่องที่3 หรือ
Subject + have/has + V3
ใช้กับเหตุการณ์
1. ที่เกิดตั้งแต่อดีตและเพิ่งจะจบลง มักมีคำว่า
just เพิ่งจะ already แล้ว
2. ที่เกิดตั้งแต่อดีตและยังดำเนินต่อไป มักมีคำว่า
since ตั้งแต่ + ปีเริ่มต้น (ค.ศ. / พ.ศ) หรือ ประโยคที่แสดงเวลาเริ่มต้น
for ตั้งแต่ + จำนวนวัน/เดือน/ปี
never ไม่เคยเลย
สิ่งที่ต้องจำ
has ใช้กับประธานเอกพจน์บุรุษที่3
have ใช้กับประธานพหูพจน์
ประโยคตัวอย่าง
เขาเพิ่งจะซ่อมโต๊ะที่พังไปตัวหนึ่ง
He has repaired a broken table.
repaired มาจาก repair = ซ่อแซม
ฉันเพิ่งจะพบเขาเป็นครั้งแรก
I have just met him for the first time.
met มาจาก meet = พบ, เจอ
พวกเราไม่เคยเห็นลุงของเธอเลย
We have never seen her uncle.
seen มาจาก see = เห็น
ลูกของผมเรียนร้องเพลงเป็นเวลา 5 ปีแล้ว
My son has studied singing for 5 years.
studied มาจาก study = เรียน
เขากับฉันเป็นเพิ่อนกันมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000
He and I have been friends since 2000.
been มาจาก are = เป็น,อยู่, คือ
** ** Happy Valentine's day ... everybody ** **
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สรุปเนื้อหาในห้องเรียน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สรุปเนื้อหาในห้องเรียน แสดงบทความทั้งหมด
14 ก.พ. 2555
7 ก.พ. 2555
สรุปเนื้อหาภาษาอังกฤษ9
ส่วนนี้เป็นสรุปเนื้อหา วิชาภาษาอังกฤษ ที่สอนในวันที่ 5 กพ 2555
โดยนำมาจาก Power Point ตรงก็ต้องบอกว่าว่า น่าเสียดายมาก
สำหรับคนที่ไม่ได้มาเข้าเรียน เพราะว่าไม่ได้ดูของจริง ไม่ได้
ฟังเสียงอ่านประโยค แต่ก็ไม่เป็นไรดูสรุปแบบเดิมไปก่อนนะ
สรุปเนื้อหาหลักไวยกรณ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Tenses
Tenses คือ รูปของคำกริยาที่ทำให้ทราบว่าเหตุการณ์ต่างๆ
นั้นเกิดขึ้นในเวลาใด แบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลาใหญ่ คือ
ปัจจุบัน (Present) อดีต (Past) และ อนาคต (Future)
1. Present Simple Tense
รูปประโยค
ประธาน + กริยาช่องที่ 1(s, es)
Subject + V1(s, es)
ตรงนี้ต้องจำ s, es ใช้กับประธานเอกพจน์บุรุษที่3 เช่น
He, She, It, ชื่อสิ่งต่างๆ
ใช้กับเหตุการณ์ในปัจจุบัน...
1. ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
2. ที่เป็นปกตินิสัย, เป็นกิจวัตร
3. เป็นอาชีพหรือสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
ตัวอย่างคำกริยาวิเศษณ์ที่ใช้
คำกริยาวิเศษณ์เหล่านี้ ใช้เพื่อแสดงถึงความถี่ของการกระทำ
often บ่อยๆ
always เสมอๆ
sometimes บางครั้ง
usually โดยปกติ
generally โดยปกติ
normally โดยปกติ
frequently บ่อยๆ
rarely แทบจะไม่, นานๆ ครั้ง
seldom แทบจะไม่,นานๆครั้ง
scarcely แทบจะไม่,นานๆ ครั้ง
hardly แทบจะไม่เคย
never ไม่เคย
occasionally บางโอกาส
once a week สัปดาห์ละครั้ง
twice a week สองครั้งต่อสัปดาห์
every day ทุกวัน
every night ทุกวัน
every month ทุกเดือน
every year ทุกปี
every other day วันเว้นวัน
ตัวอย่างประโยค
ขอให้นักศึกษาสังเกตที่คำกริยาและประธานในแต่ละประโยค
เขาเป็นครูที่ดี
He is a good teacher.
ฉันเป็นนางพยาบาลคนใหม่
I am a new nurse.
พวกเขาเป็นนักท่องเที่ยว
They are tourists.
มานีเป็นน้องสาวของฉัน
Manee is my sister.
ประเทศจีนใหญ่กว่าประเทศไทย
China is bigger than Thailand.
เธอต้องการไปประเทศเกาหลี
She wants to go to Korea.
ฉันเล่นเทนนิสหลังจากเลิกเรียนเสมอ
I always play tennis after school.
พวกเราไม่ไปซื้อของกับเธอ
We don’t go shopping with her.
ตรงนี้ต้องจำ do not หรือ don’t ใช้กับประธานพหูพจน์
ฉันไปเยี่ยมลุงของฉันปีละ 2 ครั้ง
I visit my uncle twice a year.
เธอนอนดึกทุกคืน
She sleeps late every night.
พ่อของฉันดูโทรทัศน์ทุกเช้า
My father watches the television every morning.
เขาไปหาหมอทุกสัปดาห์
He goes to visit a doctor every week.
เขาไม่ได้ไปหาหมอทุกสัปดาห์
He doesn’t go to see a doctor every week.
ตรงนี้ต้องจำ does not หรือ doesn’t ใช้กับประธานเอกพจน์
พวกเราต้องการจะซื้อบ้านหลังเล็กๆ
We want to buy a small house.
เขาสามารถซ่อมเก้าอี้ที่พังได้
He can repair a broken chair.
มานพชอบการว่ายน้ำแต่เขาไม่ชอบการวิ่ง
Manop likes swimming but he doesn’t like running.
พวกเขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
They don’t care about anything.
เดือนมกราคมมี 31 วัน
January has 31days.
ตรงนี้ต้องจำ has = มี ใช้กับประธานเอกพจน์
พวกเราทานมื้อเช้าด้วยกันบ่อยๆ
We often have breakfast together.
ตรงนี้ต้องจำ have ใช้กับประธานพหูพจน์
เธอมีน้องสาวหลายคน
She has many sisters.
เธอไม่มีน้องชายสักคน
She doesn’t have any brother.
ตรงนี้ต้องจำ หลังคำกริยาช่วยต้องเป็นคำกริยาแท้ช่องที่ 1
ที่ไม่มีการเปลี่ยนรูปหรือไม่ผันรูป
เขาสูบบุหรี่
He smokes cigarette.
เขาไม่ควรบุหรี่
He should not smoke cigarette.
ตรงนี้ต้องจำ
should = ควรจะ เป็นคำกริยาช่วย
should not หรือ shouldn’t = ไม่ควรจะ
2. Present Continuous Tense
รูปประโยค
ประธาน + is/am/are + คำกริยา ing
Subject + is/am/are + V ing
ตรงนี้ต้องจำ V ing แปลได้ 2 อย่าง คือ
กำลังทำ... หรือ การ... (ถ้าใช้เป็นคำนาม)
ใช้กับเหตุการณ์
1. ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้/ตอนนี้
2. ที่จะเกิดในอนาคตและมักมีคำที่บอกเวลาในอนาคต
ตรงนี้ต้องจำ
isใช้กับประธานเอกพจน์บุรุษที่3
am ใช้กับ I เท่านั้น
are ใช้กับประธานพหูพจน์
ตัวอย่างประโยค
เขากำลังอ่านหนังสือในห้องของเขา
He is reading a book in his room.
ฉันกำลังฟังข่าวด่วนอยู่
I am listening to the breaking news.
พ่อของฉันกำลังวิ่งอยู่ในสวน
My father is running in the garden.
* * * * *
โดยนำมาจาก Power Point ตรงก็ต้องบอกว่าว่า น่าเสียดายมาก
สำหรับคนที่ไม่ได้มาเข้าเรียน เพราะว่าไม่ได้ดูของจริง ไม่ได้
ฟังเสียงอ่านประโยค แต่ก็ไม่เป็นไรดูสรุปแบบเดิมไปก่อนนะ
สรุปเนื้อหาหลักไวยกรณ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Tenses
Tenses คือ รูปของคำกริยาที่ทำให้ทราบว่าเหตุการณ์ต่างๆ
นั้นเกิดขึ้นในเวลาใด แบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลาใหญ่ คือ
ปัจจุบัน (Present) อดีต (Past) และ อนาคต (Future)
1. Present Simple Tense
รูปประโยค
ประธาน + กริยาช่องที่ 1(s, es)
Subject + V1(s, es)
ตรงนี้ต้องจำ s, es ใช้กับประธานเอกพจน์บุรุษที่3 เช่น
He, She, It, ชื่อสิ่งต่างๆ
ใช้กับเหตุการณ์ในปัจจุบัน...
1. ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
2. ที่เป็นปกตินิสัย, เป็นกิจวัตร
3. เป็นอาชีพหรือสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
ตัวอย่างคำกริยาวิเศษณ์ที่ใช้
คำกริยาวิเศษณ์เหล่านี้ ใช้เพื่อแสดงถึงความถี่ของการกระทำ
often บ่อยๆ
always เสมอๆ
sometimes บางครั้ง
usually โดยปกติ
generally โดยปกติ
normally โดยปกติ
frequently บ่อยๆ
rarely แทบจะไม่, นานๆ ครั้ง
seldom แทบจะไม่,นานๆครั้ง
scarcely แทบจะไม่,นานๆ ครั้ง
hardly แทบจะไม่เคย
never ไม่เคย
occasionally บางโอกาส
once a week สัปดาห์ละครั้ง
twice a week สองครั้งต่อสัปดาห์
every day ทุกวัน
every night ทุกวัน
every month ทุกเดือน
every year ทุกปี
every other day วันเว้นวัน
ตัวอย่างประโยค
ขอให้นักศึกษาสังเกตที่คำกริยาและประธานในแต่ละประโยค
เขาเป็นครูที่ดี
He is a good teacher.
ฉันเป็นนางพยาบาลคนใหม่
I am a new nurse.
พวกเขาเป็นนักท่องเที่ยว
They are tourists.
มานีเป็นน้องสาวของฉัน
Manee is my sister.
ประเทศจีนใหญ่กว่าประเทศไทย
China is bigger than Thailand.
เธอต้องการไปประเทศเกาหลี
She wants to go to Korea.
ฉันเล่นเทนนิสหลังจากเลิกเรียนเสมอ
I always play tennis after school.
พวกเราไม่ไปซื้อของกับเธอ
We don’t go shopping with her.
ตรงนี้ต้องจำ do not หรือ don’t ใช้กับประธานพหูพจน์
ฉันไปเยี่ยมลุงของฉันปีละ 2 ครั้ง
I visit my uncle twice a year.
เธอนอนดึกทุกคืน
She sleeps late every night.
พ่อของฉันดูโทรทัศน์ทุกเช้า
My father watches the television every morning.
เขาไปหาหมอทุกสัปดาห์
He goes to visit a doctor every week.
เขาไม่ได้ไปหาหมอทุกสัปดาห์
He doesn’t go to see a doctor every week.
ตรงนี้ต้องจำ does not หรือ doesn’t ใช้กับประธานเอกพจน์
พวกเราต้องการจะซื้อบ้านหลังเล็กๆ
We want to buy a small house.
เขาสามารถซ่อมเก้าอี้ที่พังได้
He can repair a broken chair.
มานพชอบการว่ายน้ำแต่เขาไม่ชอบการวิ่ง
Manop likes swimming but he doesn’t like running.
พวกเขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
They don’t care about anything.
เดือนมกราคมมี 31 วัน
January has 31days.
ตรงนี้ต้องจำ has = มี ใช้กับประธานเอกพจน์
พวกเราทานมื้อเช้าด้วยกันบ่อยๆ
We often have breakfast together.
ตรงนี้ต้องจำ have ใช้กับประธานพหูพจน์
เธอมีน้องสาวหลายคน
She has many sisters.
เธอไม่มีน้องชายสักคน
She doesn’t have any brother.
ตรงนี้ต้องจำ หลังคำกริยาช่วยต้องเป็นคำกริยาแท้ช่องที่ 1
ที่ไม่มีการเปลี่ยนรูปหรือไม่ผันรูป
เขาสูบบุหรี่
He smokes cigarette.
เขาไม่ควรบุหรี่
He should not smoke cigarette.
ตรงนี้ต้องจำ
should = ควรจะ เป็นคำกริยาช่วย
should not หรือ shouldn’t = ไม่ควรจะ
2. Present Continuous Tense
รูปประโยค
ประธาน + is/am/are + คำกริยา ing
Subject + is/am/are + V ing
ตรงนี้ต้องจำ V ing แปลได้ 2 อย่าง คือ
กำลังทำ... หรือ การ... (ถ้าใช้เป็นคำนาม)
ใช้กับเหตุการณ์
1. ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้/ตอนนี้
2. ที่จะเกิดในอนาคตและมักมีคำที่บอกเวลาในอนาคต
ตรงนี้ต้องจำ
isใช้กับประธานเอกพจน์บุรุษที่3
am ใช้กับ I เท่านั้น
are ใช้กับประธานพหูพจน์
ตัวอย่างประโยค
เขากำลังอ่านหนังสือในห้องของเขา
He is reading a book in his room.
ฉันกำลังฟังข่าวด่วนอยู่
I am listening to the breaking news.
พ่อของฉันกำลังวิ่งอยู่ในสวน
My father is running in the garden.
* * * * *
24 ม.ค. 2555
สรุปเนื้อหาภาษาอังกฤษ8
เนื่องจากวันนี้ศรช. เรามีเวลาน้อยในการเรียนเพราะว่า
ต้องมีกิจกรรมไปบริจาคโลหิตกันที่วัดนางนอง ทำให้
สอนไม่ได้ใช่อุปกรณ์ใหม่ในการเรียนการสอน
เลยทำได้แต่สอนคำศัพท์ที่น่าสนใจแทน
หมวดเสื้อผ้า
T-shirt เสื้อยึดคอกลม
shirt เสื้อเชิ้ต
Jeans กางเกงยีนส์
shorts กางเกางขาสั้น
skrit กระโปรงสั้น
dress กระโปรง
raincoat เสือกันฝน
jacket เสื้อชั้นนอก
scarf ผ้าพันคอ
tie เนคไท
trousers กางเกงขายาว
pajamas ชุดนอน
socks ถุงเท้า
sandals รองเท้าส้นเตี้ย
flip-flop รองเท้าแตะ
stocking ถุงน่อง
หมวดบริการที่มีในโรงแรม
river view room ห้องที่เห็นวิวแม่น้ำ
sea view room ห้องที่เห็นวิวทะเล
garden view room ห้องที่เห็นสวนดอกไม้
dining room ห้องอาหาร
health club ศูนย์สุขภาพ
tennis court สนามเทนนิส
baby sitting เก้าอี้เด็กเล็ก
laundry service บริการซักรีด
internet room ห้องบริการอินเตอร์เน็ต
sauna room ห้องอบไอน้ำ(ซาวน่า)
beaty salon ร้านเสริมสวย
coffee shop ร้านกาแฟ
swimming pool สระว่ายน้ำ
business centre ห้องบริการธุรกิจ
** ** **
ต้องมีกิจกรรมไปบริจาคโลหิตกันที่วัดนางนอง ทำให้
สอนไม่ได้ใช่อุปกรณ์ใหม่ในการเรียนการสอน
เลยทำได้แต่สอนคำศัพท์ที่น่าสนใจแทน
หมวดเสื้อผ้า
T-shirt เสื้อยึดคอกลม
shirt เสื้อเชิ้ต
Jeans กางเกงยีนส์
shorts กางเกางขาสั้น
skrit กระโปรงสั้น
dress กระโปรง
raincoat เสือกันฝน
jacket เสื้อชั้นนอก
scarf ผ้าพันคอ
tie เนคไท
trousers กางเกงขายาว
pajamas ชุดนอน
socks ถุงเท้า
sandals รองเท้าส้นเตี้ย
flip-flop รองเท้าแตะ
stocking ถุงน่อง
หมวดบริการที่มีในโรงแรม
river view room ห้องที่เห็นวิวแม่น้ำ
sea view room ห้องที่เห็นวิวทะเล
garden view room ห้องที่เห็นสวนดอกไม้
dining room ห้องอาหาร
health club ศูนย์สุขภาพ
tennis court สนามเทนนิส
baby sitting เก้าอี้เด็กเล็ก
laundry service บริการซักรีด
internet room ห้องบริการอินเตอร์เน็ต
sauna room ห้องอบไอน้ำ(ซาวน่า)
beaty salon ร้านเสริมสวย
coffee shop ร้านกาแฟ
swimming pool สระว่ายน้ำ
business centre ห้องบริการธุรกิจ
** ** **
สรุปเนื้อหาภาษาอังกฤษ7
เนื้อหาภาษาอังกฤษที่สอนในวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมามีดังนี้
คำที่ให้สีต่างๆและขีดเส้นใต้ไว้เป็นคำที่จะใช้สอบในครั้งต่อไป
5 ก.พ. 2555
คำสันธาน(ต่อ)
but = แต่
She likes coffee but I like tea.
เธอชอบกาแฟแต่ฉันชอบน้ำชา
เพิ่มเติ่ม
like ตัวแรกต้องมี s เพราะว่าอยู่หลังประธานที่เป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3
like ตัวแรกต้องไม่มี s เพราะว่าอยู่หลังประธานที่เป็นเอกพจน์บุรุษที่ 1
She is ill but she is cheerful.
เธอป่วยอยู่แต่เธอก็ร่าเริง
so = ดังนั้ง
Wandee was ill, so she went to see the doctor.
วันดีป่วย ดังนั้น เธอจึงไปหาหมอ
He has worked hard, so he will pass the exam.
เขาขยันมาตลอด ดังนั้นเขาจะสอบผ่าน
when = เมื่อ, ตอนที่
I will tell you when I have finished my work.
ฉันจะบอกคุณเมื่อฉันทำงานของฉันเสร็จ
When I arrived home, It was rainning
เมื่อฉันมาถึงบ้าน ฝนก็เริ่มตก
while = ขณะที่, ตอนที่
I used to live here while I was a child.
ฉันเคยอยู่ที่นี้ตอนที่ฉันเป็นเด็ก
Don't talk while I am teaching.
อย่าพูดคุยกันในขณะที่ผมกำลังสอนอยู่
Where = ณ ที่..., สถานที่ที่...
I would like to eat again where we ate last week.
ฉันอยากจะไปกินอีกครั้ง ณ ที่เราไปกินมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
I don't have any idea where you and I met first met.
ฉันไม่รู้เลย(จำไม่ได้เลย) ที่ที่คุณกับผมพบกันครั้งแรก
as soon as ในทันทีที่...
I will go to see you as soon as you telephone to me.
ฉันจะไปหาคุณในทันทีที่คุณโทรศัพท์มาหาฉัน
As soon as I finish this book, I will begin another.
ในทันทีที่ฉันทำหนังสือเล่มนี้เสร็จ ฉันก็จะเริ่มเล่มอื่นต่อไป
ข้อสังเกต
1. คำเชื่อมประโยคต่างๆ สามารถที่จะ อยู่ตรงตรงกลางประโยค
หรือนำขึ้นมาหน้าประโยคก็ได้
2. คำนามบางคำก็สามารถใช้เป็นคำกริยาได้ เช่น
telephone (n.) = เครื่องรับโทรศัพท์
telephone (v.) = โทรหา
milk(n.) = น้ำนม
milk(v.) = รีดน้ำนม
water(n.) = น้ำ
warer(v.) = รดน้ำต้นไม้
** ** **
คำที่ให้สีต่างๆและขีดเส้นใต้ไว้เป็นคำที่จะใช้สอบในครั้งต่อไป
5 ก.พ. 2555
คำสันธาน(ต่อ)
but = แต่
She likes coffee but I like tea.
เธอชอบกาแฟแต่ฉันชอบน้ำชา
เพิ่มเติ่ม
like ตัวแรกต้องมี s เพราะว่าอยู่หลังประธานที่เป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3
like ตัวแรกต้องไม่มี s เพราะว่าอยู่หลังประธานที่เป็นเอกพจน์บุรุษที่ 1
She is ill but she is cheerful.
เธอป่วยอยู่แต่เธอก็ร่าเริง
so = ดังนั้ง
Wandee was ill, so she went to see the doctor.
วันดีป่วย ดังนั้น เธอจึงไปหาหมอ
He has worked hard, so he will pass the exam.
เขาขยันมาตลอด ดังนั้นเขาจะสอบผ่าน
when = เมื่อ, ตอนที่
I will tell you when I have finished my work.
ฉันจะบอกคุณเมื่อฉันทำงานของฉันเสร็จ
When I arrived home, It was rainning
เมื่อฉันมาถึงบ้าน ฝนก็เริ่มตก
while = ขณะที่, ตอนที่
I used to live here while I was a child.
ฉันเคยอยู่ที่นี้ตอนที่ฉันเป็นเด็ก
Don't talk while I am teaching.
อย่าพูดคุยกันในขณะที่ผมกำลังสอนอยู่
Where = ณ ที่..., สถานที่ที่...
I would like to eat again where we ate last week.
ฉันอยากจะไปกินอีกครั้ง ณ ที่เราไปกินมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
I don't have any idea where you and I met first met.
ฉันไม่รู้เลย(จำไม่ได้เลย) ที่ที่คุณกับผมพบกันครั้งแรก
as soon as ในทันทีที่...
I will go to see you as soon as you telephone to me.
ฉันจะไปหาคุณในทันทีที่คุณโทรศัพท์มาหาฉัน
As soon as I finish this book, I will begin another.
ในทันทีที่ฉันทำหนังสือเล่มนี้เสร็จ ฉันก็จะเริ่มเล่มอื่นต่อไป
ข้อสังเกต
1. คำเชื่อมประโยคต่างๆ สามารถที่จะ อยู่ตรงตรงกลางประโยค
หรือนำขึ้นมาหน้าประโยคก็ได้
2. คำนามบางคำก็สามารถใช้เป็นคำกริยาได้ เช่น
telephone (n.) = เครื่องรับโทรศัพท์
telephone (v.) = โทรหา
milk(n.) = น้ำนม
milk(v.) = รีดน้ำนม
water(n.) = น้ำ
warer(v.) = รดน้ำต้นไม้
** ** **
11 ม.ค. 2555
สรุปเนื้อหาวิชาภาษาอังกฤษ6
วันอาทิตย์ที่ 18 ม.ค. 55 ที่ผ่านมามีเนื้อหาในวิชาภาษาอังกฤษ
โดยสรุป เป็นเรื่องของคำเชื่อมในภาษาอังกฤษ
อย่าลืมคำที่ป้ายสีแดง คือ คำที่ใช้สอบเก็บคะแนน
คำสันธานหรือคำเชื่อม (conjunction, conj.) คือคำที่ใช้เชื่อม
คำชนิดเดียวกันหรือประโยคเข้าไว้ด้วยกัน
(คำชนิดเดียวกันในที่นี้ หมายถึง เป็นคำนามเหมือกัน หรือ
คำกริยาเหมือนกัน ฯลฯ) ได้แก่
1. and แปลว่า และ
On Friday night he and I will watch TV and a movie .
ในคืนวันศุกร์เขาและฉันจะดูโทรทัศน์และภาพยนตร์
ในประโยคนี้ and เชื่อม he กับ I ซึ่งเป็นประธานของประโยค
และเชื่อม TV กับ a movie ซึ่งเป็นกรรมของประโยค
My friend and I go to the park together.
เพื่อนของฉันและฉันไปที่สวนสาธารณะด้วยกัน
ในประโยคนี้ and เชื่อม My friend and I
ซึ่งเป็นประธานของประโยค
2. or แปลว่า หรือ
Do you want to buy a red hat or a blue one?
คุณต้องการที่จะซื้อหมวกสีแดงหรือหมวกสีฟ้า?
ในประโยคนี้ or เชื่อม a red hat กับ a blue one
หมายเหตุ คำว่า one ในประโยคนี้ถูกใช้เป็น
คำสรรพนาม แทนคำว่า hat
3. because แปลว่า เพราะว่า
Why do you come late?
ทำไมคุณถึงมาสาย
I come late because I miss the bus.
ฉันมาสายเพราะผมตกรถเมล์ (ขึ้นรถไม่ทัน)
ในประโยคนี้ because เชื่อมประโยค
4. after แปลว่า หลังจาก
She goes the sleep after she takes a medicine.
เธอเข้านอนหลังจากที่เธอทานยาไป 1 เม็ด
After my sister finishes our work, she takes a walk.
หลังจากที่น้องของฉันทำงานของพวกเราเสร็จ
เธอ(มักจะ)ออกไปเดินเล่น
เพิ่มเติม
medicine = ยา
มีสำนวนที่ใช้คือ
take a medicine = ทานยา(1 เม็ด)
take some medicines = ทานยา(หลายเม็ด, หลายอย่าง)
นอกจากนั้น ยังมีคำว่า
drug = ยา, ยาเสพติด
มีสำนวนที่ใช้คือ
do the drug = เสพยาเสพติด
และประโยคที่ได้ยินบ่อยๆ คือ
Don't do the drug = อย่าเสพยาเสพติด, เลิกใช้ยาเสพติด
* * * * *
โดยสรุป เป็นเรื่องของคำเชื่อมในภาษาอังกฤษ
อย่าลืมคำที่ป้ายสีแดง คือ คำที่ใช้สอบเก็บคะแนน
คำสันธานหรือคำเชื่อม (conjunction, conj.) คือคำที่ใช้เชื่อม
คำชนิดเดียวกันหรือประโยคเข้าไว้ด้วยกัน
(คำชนิดเดียวกันในที่นี้ หมายถึง เป็นคำนามเหมือกัน หรือ
คำกริยาเหมือนกัน ฯลฯ) ได้แก่
1. and แปลว่า และ
On Friday night he and I will watch TV and a movie .
ในคืนวันศุกร์เขาและฉันจะดูโทรทัศน์และภาพยนตร์
ในประโยคนี้ and เชื่อม he กับ I ซึ่งเป็นประธานของประโยค
และเชื่อม TV กับ a movie ซึ่งเป็นกรรมของประโยค
My friend and I go to the park together.
เพื่อนของฉันและฉันไปที่สวนสาธารณะด้วยกัน
ในประโยคนี้ and เชื่อม My friend and I
ซึ่งเป็นประธานของประโยค
2. or แปลว่า หรือ
Do you want to buy a red hat or a blue one?
คุณต้องการที่จะซื้อหมวกสีแดงหรือหมวกสีฟ้า?
ในประโยคนี้ or เชื่อม a red hat กับ a blue one
หมายเหตุ คำว่า one ในประโยคนี้ถูกใช้เป็น
คำสรรพนาม แทนคำว่า hat
3. because แปลว่า เพราะว่า
Why do you come late?
ทำไมคุณถึงมาสาย
I come late because I miss the bus.
ฉันมาสายเพราะผมตกรถเมล์ (ขึ้นรถไม่ทัน)
ในประโยคนี้ because เชื่อมประโยค
4. after แปลว่า หลังจาก
She goes the sleep after she takes a medicine.
เธอเข้านอนหลังจากที่เธอทานยาไป 1 เม็ด
After my sister finishes our work, she takes a walk.
หลังจากที่น้องของฉันทำงานของพวกเราเสร็จ
เธอ(มักจะ)ออกไปเดินเล่น
เพิ่มเติม
medicine = ยา
มีสำนวนที่ใช้คือ
take a medicine = ทานยา(1 เม็ด)
take some medicines = ทานยา(หลายเม็ด, หลายอย่าง)
นอกจากนั้น ยังมีคำว่า
drug = ยา, ยาเสพติด
มีสำนวนที่ใช้คือ
do the drug = เสพยาเสพติด
และประโยคที่ได้ยินบ่อยๆ คือ
Don't do the drug = อย่าเสพยาเสพติด, เลิกใช้ยาเสพติด
* * * * *
20 ธ.ค. 2554
สรุปเนื้อหาวิชาภาษาอังกฤษ5
สรุปเนื้อหาที่สอน 18 ธ.ค. 2554
ชนิดของคำต่อ
คำบุพบท (Preposition, Prep) คือ คำที่บอกความสัมพันธ์
ระหว่างคำนาม 2 คำในด้านตำแหน่ง, สถานที่, วัน, เวลา
หมายเหตุ คำที่ป้ายสีแดง เป็นคำที่ใช่สอบในครั้งต่อไป
1) in = ใน
He lives in his room.
เขาพักอยู่ในห้องของเขา
In บอกความสัมพันธ์ระหว่าง He กับ room ในด้านสถานที่
She was born in 1920.
เธอเกิดในปี 1920
In บอกความสัมพันธ์ระหว่าง She กับ 1920 ในด้านเวลา
All schools will open in December.
ทุกโรงเรียนจะเปิดเรียนในเดือนธันวาคม
In บอกความสัมพันธ์ระหว่าง school กับ December ในด้านวัน
2) on = บน
A newspaper is on a green chair.
หนังสือพิมพ์อยู่บนเก้าอี้สีเขียว
In บอกความสัมพันธ์ระหว่าง newspaper กับ chair ในด้านตำแหน่ง
I will go to work on Tuesday.
ฉันจะไปทำงานในวันอังคาร
In บอกความสัมพันธ์ระหว่าง I กับ Tuesday ในด้านตำแหน่ง
3) at = ที่
He works at my company.
เขาทำงานที่บริษัทของฉัน
at บอกความสัมพันธ์ระหว่าง He กับ company ในด้านสถานที่
She has lunch at 13 o’clock.
เธอทานข้าวเที่ยงตอนบ่ายโมง
at บอกความสัมพันธ์ระหว่าง she กับ 13 o’clock ในด้านเวลา
You should not play football at noon.
คุณไม่ควรเล่นฟุตบอลตอนเที่ยงตรง
at บอกความสัมพันธ์ระหว่าง you กับ noon ในด้านเวลา
4) under = ใต้
My pen is under your table.
ปากกาของฉันอยู่ใต้โต๊ะของคุณ
under บอกความสัมพันธ์ระหว่าง pen กับ table ในด้านตำแหน่ง
An old man is sleeping under a big tree.
ชายชรากำลังนอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
under บอกความสัมพันธ์ระหว่าง man กับ tree ในด้านสถานที่
5) above = อยู่เหนือหัว
A lizard is above your head.
จิ้งจก(หรือตุ๊กแก) อยู่เหนือหัวของคุณ
above บอกความสัมพันธ์ระหว่าง lizard กับ head ในด้านตำแหน่ง
6) from = จาก
He comes from China.
เขามาจากประเทศจีน
from บอกความสัมพันธ์ระหว่าง He กับ China ในด้านตำแหน่ง
The store opens from 9.00 to 22.00.
ร้านค้าเปิดตั้งแต่ 9 นาฬิกาถึง 22 นาฬิกา
from บอกความสัมพันธ์ระหว่าง store กับ 9.00 ในด้านเวลา
เนื้อหาที่สอนเสริม
How do you spell your name?
ชื่อของคุณสะกดอย่างไร
How does she go to work?
เธอไปทำงานอย่างไร
She goes to work by bus / by taxi / on foot.
เธอไปทำงานโดยรถประจำงาน /โดยรถแท็กซี่ / เดินไป
ถึงตรงนี้ก็มีคนสงสัยว่า go ในประโยคคำถามกับ goes
ในคำตอบจึงเขียนต่างกัน ???
คำตอบคือ
1. ในประโยคใดๆที่มีคำกริยาช่วยอยู่ในประโยคแล้วคำกริยาแท้
ต้องเป็นกริยาช่องที่ 1 (v1) ที่มีไม่การเติม -s, -es และ
* ถ้าเป็น v to have (have, has) ต้องใช้ have
* ถ้าเป็น v to be (is, am, are) ต้องใช้ be
* ถ้าเป็น v to do (do, does) ต้องใช้ do
เช่น
She has dinner with me. เธอทานข้าวเย็นกับฉัน (has เป็น verb to have)
She will have dinner with me. เธอจะไปทานข้าวเย็นกับฉัน
I am a doctor. ฉันเป็นหมอ (am เป็น v to be)
I will be a doctor. ฉันจะเป็นหมอ
2. ในประโยคที่แสดงถึงเหตุการณ์ที่เกิดเป็นปกติ,
เป็นชีวิตประจำวัน จะใช้คำกริยาช่องที่ 1 (v1) ที่มี
การเลือกเติม -s, -es กับประธานเอกพจน์ เช่น
He sits with his friends. เขานั่งกับกลุ่มเพื่อนของเขา
We sit on a huge sofa. พวกเรานั่งบนโซฟาตัวใหญ่มาก
เนื้อหาที่สอน(ต่อ)
Where does he come from?
เขามามาจากที่ไหน
He comes from Lao.
เขามาจากประเทศลาว
Where do they go?
พวกเขาไปไหน(เป็นประจำ)
They go to hospital.
พวกเขาไปโรงพยาบาล
What’s her name?
เธอชื่ออะไร
Her name is Somsri.
เธอชื่อสมศรี
How are you?
คุณเป็นสบายดีหรือ
I am fine. Thank you.
ฉันสบายดี ขอบคุณ
Are you from Thailand?
คุณมาจากประเทศไทย ใช่ไหม
Yes, I am.
ใช่
No, I am not (No, I'm not.)
ไม่ใช่
* * * * *
ชนิดของคำต่อ
คำบุพบท (Preposition, Prep) คือ คำที่บอกความสัมพันธ์
ระหว่างคำนาม 2 คำในด้านตำแหน่ง, สถานที่, วัน, เวลา
หมายเหตุ คำที่ป้ายสีแดง เป็นคำที่ใช่สอบในครั้งต่อไป
1) in = ใน
He lives in his room.
เขาพักอยู่ในห้องของเขา
In บอกความสัมพันธ์ระหว่าง He กับ room ในด้านสถานที่
She was born in 1920.
เธอเกิดในปี 1920
In บอกความสัมพันธ์ระหว่าง She กับ 1920 ในด้านเวลา
All schools will open in December.
ทุกโรงเรียนจะเปิดเรียนในเดือนธันวาคม
In บอกความสัมพันธ์ระหว่าง school กับ December ในด้านวัน
2) on = บน
A newspaper is on a green chair.
หนังสือพิมพ์อยู่บนเก้าอี้สีเขียว
In บอกความสัมพันธ์ระหว่าง newspaper กับ chair ในด้านตำแหน่ง
I will go to work on Tuesday.
ฉันจะไปทำงานในวันอังคาร
In บอกความสัมพันธ์ระหว่าง I กับ Tuesday ในด้านตำแหน่ง
3) at = ที่
He works at my company.
เขาทำงานที่บริษัทของฉัน
at บอกความสัมพันธ์ระหว่าง He กับ company ในด้านสถานที่
She has lunch at 13 o’clock.
เธอทานข้าวเที่ยงตอนบ่ายโมง
at บอกความสัมพันธ์ระหว่าง she กับ 13 o’clock ในด้านเวลา
You should not play football at noon.
คุณไม่ควรเล่นฟุตบอลตอนเที่ยงตรง
at บอกความสัมพันธ์ระหว่าง you กับ noon ในด้านเวลา
4) under = ใต้
My pen is under your table.
ปากกาของฉันอยู่ใต้โต๊ะของคุณ
under บอกความสัมพันธ์ระหว่าง pen กับ table ในด้านตำแหน่ง
An old man is sleeping under a big tree.
ชายชรากำลังนอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
under บอกความสัมพันธ์ระหว่าง man กับ tree ในด้านสถานที่
5) above = อยู่เหนือหัว
A lizard is above your head.
จิ้งจก(หรือตุ๊กแก) อยู่เหนือหัวของคุณ
above บอกความสัมพันธ์ระหว่าง lizard กับ head ในด้านตำแหน่ง
6) from = จาก
He comes from China.
เขามาจากประเทศจีน
from บอกความสัมพันธ์ระหว่าง He กับ China ในด้านตำแหน่ง
The store opens from 9.00 to 22.00.
ร้านค้าเปิดตั้งแต่ 9 นาฬิกาถึง 22 นาฬิกา
from บอกความสัมพันธ์ระหว่าง store กับ 9.00 ในด้านเวลา
เนื้อหาที่สอนเสริม
How do you spell your name?
ชื่อของคุณสะกดอย่างไร
How does she go to work?
เธอไปทำงานอย่างไร
She goes to work by bus / by taxi / on foot.
เธอไปทำงานโดยรถประจำงาน /โดยรถแท็กซี่ / เดินไป
ถึงตรงนี้ก็มีคนสงสัยว่า go ในประโยคคำถามกับ goes
ในคำตอบจึงเขียนต่างกัน ???
คำตอบคือ
1. ในประโยคใดๆที่มีคำกริยาช่วยอยู่ในประโยคแล้วคำกริยาแท้
ต้องเป็นกริยาช่องที่ 1 (v1) ที่มีไม่การเติม -s, -es และ
* ถ้าเป็น v to have (have, has) ต้องใช้ have
* ถ้าเป็น v to be (is, am, are) ต้องใช้ be
* ถ้าเป็น v to do (do, does) ต้องใช้ do
เช่น
She has dinner with me. เธอทานข้าวเย็นกับฉัน (has เป็น verb to have)
She will have dinner with me. เธอจะไปทานข้าวเย็นกับฉัน
I am a doctor. ฉันเป็นหมอ (am เป็น v to be)
I will be a doctor. ฉันจะเป็นหมอ
2. ในประโยคที่แสดงถึงเหตุการณ์ที่เกิดเป็นปกติ,
เป็นชีวิตประจำวัน จะใช้คำกริยาช่องที่ 1 (v1) ที่มี
การเลือกเติม -s, -es กับประธานเอกพจน์ เช่น
He sits with his friends. เขานั่งกับกลุ่มเพื่อนของเขา
We sit on a huge sofa. พวกเรานั่งบนโซฟาตัวใหญ่มาก
เนื้อหาที่สอน(ต่อ)
Where does he come from?
เขามามาจากที่ไหน
He comes from Lao.
เขามาจากประเทศลาว
Where do they go?
พวกเขาไปไหน(เป็นประจำ)
They go to hospital.
พวกเขาไปโรงพยาบาล
What’s her name?
เธอชื่ออะไร
Her name is Somsri.
เธอชื่อสมศรี
How are you?
คุณเป็นสบายดีหรือ
I am fine. Thank you.
ฉันสบายดี ขอบคุณ
Are you from Thailand?
คุณมาจากประเทศไทย ใช่ไหม
Yes, I am.
ใช่
No, I am not (No, I'm not.)
ไม่ใช่
* * * * *
11 ธ.ค. 2554
สรุปเนื้อหาวิชาภาษาอังกฤษ4
สรุปเนื้อหาวิชาภาษาอังกฤษ
ชนิดของคำในภาษาอังกฤษ (ต่อ)
คำกริยาวิเศษณ์ (adverb, adv) คือ คำที่ใช้สำหรับการ
ขยายคำอื่นๆ คือ
หมายเหตุ
คำศัพท์ที่ป้ายสีแดงเป็นคำที่ให้สอบในสัปดาห์ต่อไป
1) ขยายคำกริยา
He works hard every day. เขาทำงานอย่างหนักทุกวัน
hard ขยาย คำว่า works
She eats rice slowly. เธอกินข้าวอย่างช้าๆ
slowly ขยายคำว่า eats
I drive my car carefully. ฉันขับรถของฉันอย่างระมัดระวัง
carefully ขยายคำว่า drive
2.ขยายคำคุณศัพท์
He is very rich. เขารวยมาก
very ขยายคำว่า rich
She has very long hair. เธอมีผมที่ยาวมาก
very ขยายคำว่า long
3. ขยายคำกริยาวิเศษณ์เอง
She speaks too quickly.เธอพูดเร็วมากเกินไป
too ขยายคำว่า quickly
ชนิดของคำกริยาวิเศษณ์
1. คำกริยาวิเศษณ์บอกระดับ เช่น
very มาก
too มากเกินไป
so มาก
much มาก
enough พอ, เพียงพอ
only เท่านั้น
2. คำกริยาวิเศษณ์บอกเวลา เช่น
today วันนี้
tomorrow วันพรุ่งนี้
tonight คืนนี้
soon เร็วๆนี้
yesterday เมื่อวานนี้
3. คำกริยาวิเศษณ์บอกลักษณะ
คำกลุ่มนี้มักได้มาจากคำคุณศัพท์ เช่น
carefully อย่างระมัดระวัง มาจาก careful
beautifully อย่าง สวยงาม มาจาก beautiful
quickly อย่างรวดเร็ว มาจากquick
loudly อย่างดัง มาจาก loud
slowly อย่างช้า มาจาก slow
lazily อย่างเกียจคร้าน มาจาก lazy
angrily อย่างโกรธเคือง มาจาก angry
busily อย่างยุ่งยาก,มีงานมาก มาจาก busy
clearly อย่างง่ายดาย มาจาก clearly
easily อย่างมีความสุข มาจาก easy
happily อย่างมีความสุขมา จาก happy
gently อย่างสุภาพ มาจาก gentle
smoothly อย่างราบรื่น มาจาก smooth
uglily อย่างน่าเกลียด มาจาก ugly
คำบ้างคำเป็นได้ทั้ง คำคุณศัพท์และคำกริยาวิเศษณ์ เช่น
fast อย่างรวดเร็ว
4. คำกริยาวิเศษณ์บอกความถี่
sometimes บางครั้งบางคราว
frequently บ่อยๆ
never ไม่เคย
often บ่อย
daily ทุกวัน
monthly ทุกเดือน
always สม่ำเสมอ
ส่วนที่สอนเพิ่มเติม
การแปลประโยค
Our school is in a small temple, but it is so clean and beautiful.
โรงเรียนของพวกเราอยู่ในวัดเล็กๆ แต่มันสะอาดและสวยงาม
Sometimes I work late because
I have many things to do before I go to bed.
บางครั้งฉันก็ไปทำงานสายเพราะฉันมีงานหลายอย่าง
ที่ต้องทำก่อนที่ฉันจะเข้านอน
The old persons worry about next generation.
คนแก่เป็นห่วงเกี่ยวกับคนรุ่นต่อไป
Health is the key of happiness.
สุขภาพเป็นกุญแจของความสุข
I have a question about Thai life.
ฉันมีคำถามเกี่ยวกับชีวิตของคนไทย
He gives a cup to his friend.
เขาให้ถ้วยกับเพื่อนของเขา
We want to be doctors to help poor people.
พวกเราอยากจะเป็นหมอเพื่อช่วยคนยากจน
She writes four books a year.
เธอเขียนหนังสือได้ 4 เล่มต่อปี
I see a red box on my chair.
ฉันเห็นกล่องสีแดงบนเก้าอี้ของฉัน
* * * * *
ชนิดของคำในภาษาอังกฤษ (ต่อ)
คำกริยาวิเศษณ์ (adverb, adv) คือ คำที่ใช้สำหรับการ
ขยายคำอื่นๆ คือ
หมายเหตุ
คำศัพท์ที่ป้ายสีแดงเป็นคำที่ให้สอบในสัปดาห์ต่อไป
1) ขยายคำกริยา
He works hard every day. เขาทำงานอย่างหนักทุกวัน
hard ขยาย คำว่า works
She eats rice slowly. เธอกินข้าวอย่างช้าๆ
slowly ขยายคำว่า eats
I drive my car carefully. ฉันขับรถของฉันอย่างระมัดระวัง
carefully ขยายคำว่า drive
2.ขยายคำคุณศัพท์
He is very rich. เขารวยมาก
very ขยายคำว่า rich
She has very long hair. เธอมีผมที่ยาวมาก
very ขยายคำว่า long
3. ขยายคำกริยาวิเศษณ์เอง
She speaks too quickly.เธอพูดเร็วมากเกินไป
too ขยายคำว่า quickly
ชนิดของคำกริยาวิเศษณ์
1. คำกริยาวิเศษณ์บอกระดับ เช่น
very มาก
too มากเกินไป
so มาก
much มาก
enough พอ, เพียงพอ
only เท่านั้น
2. คำกริยาวิเศษณ์บอกเวลา เช่น
today วันนี้
tomorrow วันพรุ่งนี้
tonight คืนนี้
soon เร็วๆนี้
yesterday เมื่อวานนี้
3. คำกริยาวิเศษณ์บอกลักษณะ
คำกลุ่มนี้มักได้มาจากคำคุณศัพท์ เช่น
carefully อย่างระมัดระวัง มาจาก careful
beautifully อย่าง สวยงาม มาจาก beautiful
quickly อย่างรวดเร็ว มาจากquick
loudly อย่างดัง มาจาก loud
slowly อย่างช้า มาจาก slow
lazily อย่างเกียจคร้าน มาจาก lazy
angrily อย่างโกรธเคือง มาจาก angry
busily อย่างยุ่งยาก,มีงานมาก มาจาก busy
clearly อย่างง่ายดาย มาจาก clearly
easily อย่างมีความสุข มาจาก easy
happily อย่างมีความสุขมา จาก happy
gently อย่างสุภาพ มาจาก gentle
smoothly อย่างราบรื่น มาจาก smooth
uglily อย่างน่าเกลียด มาจาก ugly
คำบ้างคำเป็นได้ทั้ง คำคุณศัพท์และคำกริยาวิเศษณ์ เช่น
fast อย่างรวดเร็ว
4. คำกริยาวิเศษณ์บอกความถี่
sometimes บางครั้งบางคราว
frequently บ่อยๆ
never ไม่เคย
often บ่อย
daily ทุกวัน
monthly ทุกเดือน
always สม่ำเสมอ
ส่วนที่สอนเพิ่มเติม
การแปลประโยค
Our school is in a small temple, but it is so clean and beautiful.
โรงเรียนของพวกเราอยู่ในวัดเล็กๆ แต่มันสะอาดและสวยงาม
Sometimes I work late because
I have many things to do before I go to bed.
บางครั้งฉันก็ไปทำงานสายเพราะฉันมีงานหลายอย่าง
ที่ต้องทำก่อนที่ฉันจะเข้านอน
The old persons worry about next generation.
คนแก่เป็นห่วงเกี่ยวกับคนรุ่นต่อไป
Health is the key of happiness.
สุขภาพเป็นกุญแจของความสุข
I have a question about Thai life.
ฉันมีคำถามเกี่ยวกับชีวิตของคนไทย
He gives a cup to his friend.
เขาให้ถ้วยกับเพื่อนของเขา
We want to be doctors to help poor people.
พวกเราอยากจะเป็นหมอเพื่อช่วยคนยากจน
She writes four books a year.
เธอเขียนหนังสือได้ 4 เล่มต่อปี
I see a red box on my chair.
ฉันเห็นกล่องสีแดงบนเก้าอี้ของฉัน
* * * * *
28 พ.ย. 2554
สรุปเนื้อหาวิชาภาษาอังกฤษ3
สรุปเนื้อหาวิชาภาษาอังกฤษ
ชนิดของคำในภาษาอังกฤษ (ต่อ)
* * คำที่ป้ายสีแดงเป็นคำที่ใช้ออกสอบครั้งต่อไป
คำกริยา (Verb, v, vi, vt) คือ คำที่แสดงอาการหรือ
การกระทำเขาประธานในประโยค โดยที่
v1 = กริยาช่อง1 v2 = กริยาช่อง2
v3 = กริยาช่อง3 v-ing กริยารูป ing
กลู่มที่มีการเปลี่ยนรูปร่างไป
v1 v2 v3 v-ing
cut cut cut cutting (ตัด)
drive drove driven driving (ขับ)
eat ate eaten eating (กิน)
listen listened listened listening (ฟัง)
meet met met meeting (พบเจอ, การประชุม)
read read read reading (อ่าน)
see saw seen seeing (เห็น)
sleep slept slept sleeping (นอน)
teach taught taught teaching (สอน)
write wrote written writing (เขียน)
กลุ่มที่ เติม ed ท้ายคำ
v1 v2 v3 v-ing
boil boiled boiled boiling (ต้ม)
close closed closed closing (ปิด)
donate donated donated donating (บริจาค)
fly flied flied flying (บิน)
fry fried fried frying (ผัด)
look looked looked looking (มอง)
open opened opened opening (เปิด)
play played played playing (เล่น)
share shared shared sharing (แบ่งปัน)
walk walked walked walking (เดิน)
watch watched watched watching (เฝ้าดู)
หมายเหตุ
คำกริยาที่อยู่ในรูป ing (v+ing) สามารถแปลได้ 2 แบบ เช่น
Eating
* กำลังกิน แปลในลักษณะของคำกริยา
* การกิน แปลในลักษณะของคำนาม
playing
* กำลังเล่น แปลในลักษณะของคำกริยา
* การเล่น แปลในลักษณะของคำนาม
คำกริยาที่มีชื่อพิเศษ
Verb to be เป็น, อยู่, คือ
is, am, are / was, were / been / being
ตัวอย่าง
He is a doctor. เขาเป็นหมอ
He is in my car. เขาอยู่ในรถของฉัน
Verb to do ทำ
do, does / did / done / doing
Verb to have มี, กิน
has, have / had / had
ตัวอย่าง
I have lunch with him. ฉันกินข้าวเที่ยงกับฉัน
I have my wives. ฉันมีภรรยาหลายคน
คำกริยาช่วย
Can / could สามารถ
Will / would จะ
Must / had to ต้อง
Have to / had to ต้อง
Has to / had to ต้อง
Should ควรจะ
ประโยคที่นักศึกษาช่วยกันแต่ง
พวกเราอาจจะออกไปเที่ยวข้างนอกบ่ายนี้
We may go out in the evening.
We will go out in the evening.
ฉันสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดี
I can speak English well.
ฉันต้องทำอาหารในตอนเช้า
I must make some foods in the morning.
I must prepare some foods in the morning.
I must cook some foods in the morning.
* * * * *
ชนิดของคำในภาษาอังกฤษ (ต่อ)
* * คำที่ป้ายสีแดงเป็นคำที่ใช้ออกสอบครั้งต่อไป
คำกริยา (Verb, v, vi, vt) คือ คำที่แสดงอาการหรือ
การกระทำเขาประธานในประโยค โดยที่
v1 = กริยาช่อง1 v2 = กริยาช่อง2
v3 = กริยาช่อง3 v-ing กริยารูป ing
กลู่มที่มีการเปลี่ยนรูปร่างไป
v1 v2 v3 v-ing
cut cut cut cutting (ตัด)
drive drove driven driving (ขับ)
eat ate eaten eating (กิน)
listen listened listened listening (ฟัง)
meet met met meeting (พบเจอ, การประชุม)
read read read reading (อ่าน)
see saw seen seeing (เห็น)
sleep slept slept sleeping (นอน)
teach taught taught teaching (สอน)
write wrote written writing (เขียน)
กลุ่มที่ เติม ed ท้ายคำ
v1 v2 v3 v-ing
boil boiled boiled boiling (ต้ม)
close closed closed closing (ปิด)
donate donated donated donating (บริจาค)
fly flied flied flying (บิน)
fry fried fried frying (ผัด)
look looked looked looking (มอง)
open opened opened opening (เปิด)
play played played playing (เล่น)
share shared shared sharing (แบ่งปัน)
walk walked walked walking (เดิน)
watch watched watched watching (เฝ้าดู)
หมายเหตุ
คำกริยาที่อยู่ในรูป ing (v+ing) สามารถแปลได้ 2 แบบ เช่น
Eating
* กำลังกิน แปลในลักษณะของคำกริยา
* การกิน แปลในลักษณะของคำนาม
playing
* กำลังเล่น แปลในลักษณะของคำกริยา
* การเล่น แปลในลักษณะของคำนาม
คำกริยาที่มีชื่อพิเศษ
Verb to be เป็น, อยู่, คือ
is, am, are / was, were / been / being
ตัวอย่าง
He is a doctor. เขาเป็นหมอ
He is in my car. เขาอยู่ในรถของฉัน
Verb to do ทำ
do, does / did / done / doing
Verb to have มี, กิน
has, have / had / had
ตัวอย่าง
I have lunch with him. ฉันกินข้าวเที่ยงกับฉัน
I have my wives. ฉันมีภรรยาหลายคน
คำกริยาช่วย
Can / could สามารถ
Will / would จะ
Must / had to ต้อง
Have to / had to ต้อง
Has to / had to ต้อง
Should ควรจะ
ประโยคที่นักศึกษาช่วยกันแต่ง
พวกเราอาจจะออกไปเที่ยวข้างนอกบ่ายนี้
We may go out in the evening.
We will go out in the evening.
ฉันสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดี
I can speak English well.
ฉันต้องทำอาหารในตอนเช้า
I must make some foods in the morning.
I must prepare some foods in the morning.
I must cook some foods in the morning.
* * * * *
21 พ.ย. 2554
สรุปเนื้อหาที่สอน 20 พย. 2554
ชนิดของคำในภาษาอังกฤษ โดยสังเขป
โปรดจด-จำ คำศัพท์ที่ป้ายด้วยสีส้ม เพราะเป็นคำที่ให้
นักศึกษาท่องจำเพื่อใช้สอบเก็บคะแนน ในสัปดาห์หน้า
1) คำนาม (Noun, n) คือ คำที่ใช้เรียกคน สัตว์ สิ่งต่างๆ เช่น
ชื่อ (name) เช่น Sorot, Fon, Nida
สัตว์ (animal) เช่น snake(งู), panda(หมีแพนด้า),
tiger(เสือ), Leo(ราศีสิงห์), lion(สิงโต)
สิ่งของ (thing) เช่น bottle(ขวด), glass(แก้ว),
chair(เก้าอี้), box(กล่อง)
สถานที่ (place) เช่น bedroom(ห้อง), house(บ้าน),
school(โรงเรียน), temple(วัด), Thailand(ประเทศไทย)
สี (color) เช่น red(สีแดง), white(สีขาว), blue(สีฟ้า),
สีน้ำเงิน), black(สีดำ), green(สีเขียว), gold(สีทอง)
เดือน (month) เช่น January(มกราคม), February(กุมภาพันธ์),
March(มีนาคม)
อวัยวะ (organ) เช่น head(หัว), hand(มือ),
body(ร่างกาย), foot(เท้า)
คน(human) เช่น man(ผู้ชาย), woman(ผู้หญิง), child(เด็ก),
boy(เด็กผู้ชาย), girl(เด็กผู้หญิง), father(พ่อ), mother(แม่)
2) คำสรรพนาม(Pronoun, pron) คำที่ใช้เรียกแทนคำนาม
เพื่อลดความซ้ำซ้อน
กลุ่มที่ 1 คำสรรพนามที่เจาะจง
คำสรรพนามที่ใช้เป็นประธาน
I(ฉัน) you(คุณ) we(พวกเรา)
he(เขา) she(เธอ) they(พวกมัน)
it(มัน)
คำสรรพนามที่ใช้เป็นกรรม
me(ฉัน) you(คุณ) us(พวกเรา)
him(เขา) her(เธอ) them(พวกมัน)
it(มัน)
คำสรรพนามที่แสดงความเป็นเจ้าของมีคำนามมาต่อท้าย
my(ของฉัน) your(ของคุณ) our(ของพวกเรา)
his(ของเขา) her(ของเธอ) their(ของพวกมัน)
its(ของมัน)
คำสรรพนามที่แสดงความเป็นเจ้าของไม่ที่มาคำนามมาต่อท้าย
mine(ของฉัน) yours(ของคุณ) ours(ของพวกเรา)
his(ของเขา) hers(ของเธอ) theirs(ของพวกมัน)
its (ของมัน)
คำสรรพนามสะท้อน
myself (ด้วยตัวฉันเอง)
yourself, yourselves(ด้วยตัวคุณเอง)
ourselves(ด้วยตัวพวกเราเอง)
himself(ด้วยตัวเขาเอง)
herself(ด้วยตัวเธอเอง)
themselves(ด้วยตัวพวกมันเอง)
itself (ด้วยตัวมันเอง)
กลุ่มที่ 2 คำสรรพนามที่ไม่เจาะจง
everyone(ทุกๆคน) everybody(ทุกๆคน) everything(ทุกๆสิ่ง)
someone(บางคน) somebody(บางคน) something(บางสิ่ง)
anyone(ทุกๆคน) anybody(ทุกๆคน) anything(บางสิ่ง)
no one(ไม่มีใครเลย) nobody(ไม่มีใครเลย) nothing(ไม่สิ่งใดเลย)
some (บาง) any(ทุกๆ)
3) คำคุณศัพท์(adjective,adj) คือ คำที่ใช้ในการขยายคำนามให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
rich(รวย) - poor(จน)
beautiful(สวย) - ugly(น่าเกลียด)
hot(ร้อน), worm(อบอุ่น) - cold(หนาว)
big(ใหญ่) -small(เล็ก)
old(เก่า, แก่) - young(เด็ก)
heavy(หนัก) - light(เบา), soft(เบา, นุ่ม)
tall(สูง) - short(เตี้ย)
fat(อ้วน) - thin(ผอม), slim(บอมบาง)
cheap(ถูก) - expensive(แพง)
เช่น
hair = ผม
long hair = ผมยาว short hair = ผมสั้น
white hair = ผมสีขาว soft hair = ผมนุ่ม
a house = บ้าน
a big house = บ้านหลังใหญ่ an old house = บ้านที่เก่าแก่
a small house = บ้านหลังเล็ก a dirty house = บ้านที่สกปรก
** ส่วนนี้เป็นการสอนเพิ่มเติมให้ ระดับม. ปลาย
แต่มาอ่านได้ทุกคนครับ**
การแปลและหลักไวยกรณ์ที่น่ารู้
He has lung cancer. เขาเป็นมะเร็งปอด
She has two sons. เธอมีลูกชาย 2 คน
หมายเหตุ
has = มี, กิน ใช้กับคำนามเอกพจน์
lung cancer เป็นคำที่เกิดจากคำนาม 2 คำมารวมกัน
โดยคำที่อยู่ด้านหน้าทำหน้าที่เป็นคำขยาย
His son is a doctor. ผู้ชายของเขาเป็นหมอ
Her parents are farmers. พ่อแม่ของเธอเป็นชาวนา
My pen us is red. ปากกาของฉันสีแดง
Your pencil is black. ดินสอของคุณสีดำ
หมายเหตุ
his, her, my, your คำสรรพนามที่แสดงความเป็นเจ้าของ
ที่ต้องมีคำนามมาต่อท้าย
I really love this news. ฉันชอบข่าวนี้จริงๆ
หมายเหตุnews(n) = ข่าว new(adj) = ใหม่
We love our parents very much. พวกเรารักพ่อแม่ของพวกเรามากๆ
หมายเหตุ
parents = พ่อและแม่
parent = พ่อหรือแม่ คนใดคนหนึ่ง
อย่างลืมคำศัพท์ที่ ป้ายสีส้ม ด้วยนะครับเพราะ
เป็นคำที่ใช้สอบเก็บคะแนนแบบสะสมแต้ม
* * * * *
โปรดจด-จำ คำศัพท์ที่ป้ายด้วยสีส้ม เพราะเป็นคำที่ให้
นักศึกษาท่องจำเพื่อใช้สอบเก็บคะแนน ในสัปดาห์หน้า
1) คำนาม (Noun, n) คือ คำที่ใช้เรียกคน สัตว์ สิ่งต่างๆ เช่น
ชื่อ (name) เช่น Sorot, Fon, Nida
สัตว์ (animal) เช่น snake(งู), panda(หมีแพนด้า),
tiger(เสือ), Leo(ราศีสิงห์), lion(สิงโต)
สิ่งของ (thing) เช่น bottle(ขวด), glass(แก้ว),
chair(เก้าอี้), box(กล่อง)
สถานที่ (place) เช่น bedroom(ห้อง), house(บ้าน),
school(โรงเรียน), temple(วัด), Thailand(ประเทศไทย)
สี (color) เช่น red(สีแดง), white(สีขาว), blue(สีฟ้า),
สีน้ำเงิน), black(สีดำ), green(สีเขียว), gold(สีทอง)
เดือน (month) เช่น January(มกราคม), February(กุมภาพันธ์),
March(มีนาคม)
อวัยวะ (organ) เช่น head(หัว), hand(มือ),
body(ร่างกาย), foot(เท้า)
คน(human) เช่น man(ผู้ชาย), woman(ผู้หญิง), child(เด็ก),
boy(เด็กผู้ชาย), girl(เด็กผู้หญิง), father(พ่อ), mother(แม่)
2) คำสรรพนาม(Pronoun, pron) คำที่ใช้เรียกแทนคำนาม
เพื่อลดความซ้ำซ้อน
กลุ่มที่ 1 คำสรรพนามที่เจาะจง
คำสรรพนามที่ใช้เป็นประธาน
I(ฉัน) you(คุณ) we(พวกเรา)
he(เขา) she(เธอ) they(พวกมัน)
it(มัน)
คำสรรพนามที่ใช้เป็นกรรม
me(ฉัน) you(คุณ) us(พวกเรา)
him(เขา) her(เธอ) them(พวกมัน)
it(มัน)
คำสรรพนามที่แสดงความเป็นเจ้าของมีคำนามมาต่อท้าย
my(ของฉัน) your(ของคุณ) our(ของพวกเรา)
his(ของเขา) her(ของเธอ) their(ของพวกมัน)
its(ของมัน)
คำสรรพนามที่แสดงความเป็นเจ้าของไม่ที่มาคำนามมาต่อท้าย
mine(ของฉัน) yours(ของคุณ) ours(ของพวกเรา)
his(ของเขา) hers(ของเธอ) theirs(ของพวกมัน)
its (ของมัน)
คำสรรพนามสะท้อน
myself (ด้วยตัวฉันเอง)
yourself, yourselves(ด้วยตัวคุณเอง)
ourselves(ด้วยตัวพวกเราเอง)
himself(ด้วยตัวเขาเอง)
herself(ด้วยตัวเธอเอง)
themselves(ด้วยตัวพวกมันเอง)
itself (ด้วยตัวมันเอง)
กลุ่มที่ 2 คำสรรพนามที่ไม่เจาะจง
everyone(ทุกๆคน) everybody(ทุกๆคน) everything(ทุกๆสิ่ง)
someone(บางคน) somebody(บางคน) something(บางสิ่ง)
anyone(ทุกๆคน) anybody(ทุกๆคน) anything(บางสิ่ง)
no one(ไม่มีใครเลย) nobody(ไม่มีใครเลย) nothing(ไม่สิ่งใดเลย)
some (บาง) any(ทุกๆ)
3) คำคุณศัพท์(adjective,adj) คือ คำที่ใช้ในการขยายคำนามให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
rich(รวย) - poor(จน)
beautiful(สวย) - ugly(น่าเกลียด)
hot(ร้อน), worm(อบอุ่น) - cold(หนาว)
big(ใหญ่) -small(เล็ก)
old(เก่า, แก่) - young(เด็ก)
heavy(หนัก) - light(เบา), soft(เบา, นุ่ม)
tall(สูง) - short(เตี้ย)
fat(อ้วน) - thin(ผอม), slim(บอมบาง)
cheap(ถูก) - expensive(แพง)
เช่น
hair = ผม
long hair = ผมยาว short hair = ผมสั้น
white hair = ผมสีขาว soft hair = ผมนุ่ม
a house = บ้าน
a big house = บ้านหลังใหญ่ an old house = บ้านที่เก่าแก่
a small house = บ้านหลังเล็ก a dirty house = บ้านที่สกปรก
** ส่วนนี้เป็นการสอนเพิ่มเติมให้ ระดับม. ปลาย
แต่มาอ่านได้ทุกคนครับ**
การแปลและหลักไวยกรณ์ที่น่ารู้
He has lung cancer. เขาเป็นมะเร็งปอด
She has two sons. เธอมีลูกชาย 2 คน
หมายเหตุ
has = มี, กิน ใช้กับคำนามเอกพจน์
lung cancer เป็นคำที่เกิดจากคำนาม 2 คำมารวมกัน
โดยคำที่อยู่ด้านหน้าทำหน้าที่เป็นคำขยาย
His son is a doctor. ผู้ชายของเขาเป็นหมอ
Her parents are farmers. พ่อแม่ของเธอเป็นชาวนา
My pen us is red. ปากกาของฉันสีแดง
Your pencil is black. ดินสอของคุณสีดำ
หมายเหตุ
his, her, my, your คำสรรพนามที่แสดงความเป็นเจ้าของ
ที่ต้องมีคำนามมาต่อท้าย
I really love this news. ฉันชอบข่าวนี้จริงๆ
หมายเหตุnews(n) = ข่าว new(adj) = ใหม่
We love our parents very much. พวกเรารักพ่อแม่ของพวกเรามากๆ
หมายเหตุ
parents = พ่อและแม่
parent = พ่อหรือแม่ คนใดคนหนึ่ง
อย่างลืมคำศัพท์ที่ ป้ายสีส้ม ด้วยนะครับเพราะ
เป็นคำที่ใช้สอบเก็บคะแนนแบบสะสมแต้ม
* * * * *
6 พ.ย. 2554
สรุปเนื้อหาภาษาอังกฤษ 6 พ.ย.54
สรุปเนื้อหาวิชาภาษาอังกฤษที่สอนมีดังนี้
เรื่อง คำศัพท์พื้นฐานและการแปลประโยค
He is a rich man. เขาเป็นคนรวย
She is a poor girl. เธอเป็นคนจน
My room is green. ห้องของฉันสีเขียว
Your rooms are blue. ห้องเขาคุณสีฟ้า
We come to school on Sunday.
พวกเรามาโรงเรียนในวันอาทิตย์
There is a dog under the table.
มีสุนัขหนึ่งตัวอยู่ใต้โต๊ะ
There are three snakes in the canal.
มีงู 2 ตัวในคลอง
เรื่อง การนำแนะตัวเอง
Hello. Let me introduce myself.
สวัสดีครับ ขอให้ผมได้แนะนำตัวเอง
My name is ___ ชื่อ ___.
ผมชื่อ _____
I am ___อายุ___ years old.
ผมอายุ ____ ปี
I live at ____ที่อยู่_____.
ผมอยู่ที่_____
I live with my parents / my friend / my wife/ my husband.
ผมอยู่กับพ่อแม่ของฉัน / เพื่อนของฉัน /ภรรยาของฉัน/ สามีของฉัน
I live alone.
ฉันอยูคนเดียว
I work at ____ชื่อที่ทำงาน ____.
ฉันที่งานที่______
คำที่จะนำมาออกสอบในสัปดาห์ต่อไป
rich รวย
poor จน
My room ห้องของฉัน
green สีเขียว
blue สีฟ้า, สีน้ำเงิน
come to มาถึง
school โรงเรียน
on Sunday ในวันอาทิตย์
There is มี
There are มี
under ใต้
table โต๊ะ
snake งู
canal คลอง
introduce นำแนะ
myself ของฉัน
My name ชื่อของฉัน
live at อยู่ที่, พักอยู่ที่
live with อยู่กับ
my parents พ่อแม่ของฉัน
my friend เพื่อนของฉัน
my wife ภรรยาของฉัน
my husband สามีของฉัน
* * * * * *
เรื่อง คำศัพท์พื้นฐานและการแปลประโยค
He is a rich man. เขาเป็นคนรวย
She is a poor girl. เธอเป็นคนจน
My room is green. ห้องของฉันสีเขียว
Your rooms are blue. ห้องเขาคุณสีฟ้า
We come to school on Sunday.
พวกเรามาโรงเรียนในวันอาทิตย์
There is a dog under the table.
มีสุนัขหนึ่งตัวอยู่ใต้โต๊ะ
There are three snakes in the canal.
มีงู 2 ตัวในคลอง
เรื่อง การนำแนะตัวเอง
Hello. Let me introduce myself.
สวัสดีครับ ขอให้ผมได้แนะนำตัวเอง
My name is ___ ชื่อ ___.
ผมชื่อ _____
I am ___อายุ___ years old.
ผมอายุ ____ ปี
I live at ____ที่อยู่_____.
ผมอยู่ที่_____
I live with my parents / my friend / my wife/ my husband.
ผมอยู่กับพ่อแม่ของฉัน / เพื่อนของฉัน /ภรรยาของฉัน/ สามีของฉัน
I live alone.
ฉันอยูคนเดียว
I work at ____ชื่อที่ทำงาน ____.
ฉันที่งานที่______
คำที่จะนำมาออกสอบในสัปดาห์ต่อไป
rich รวย
poor จน
My room ห้องของฉัน
green สีเขียว
blue สีฟ้า, สีน้ำเงิน
come to มาถึง
school โรงเรียน
on Sunday ในวันอาทิตย์
There is มี
There are มี
under ใต้
table โต๊ะ
snake งู
canal คลอง
introduce นำแนะ
myself ของฉัน
My name ชื่อของฉัน
live at อยู่ที่, พักอยู่ที่
live with อยู่กับ
my parents พ่อแม่ของฉัน
my friend เพื่อนของฉัน
my wife ภรรยาของฉัน
my husband สามีของฉัน
* * * * * *
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)