แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาษาอังกฤษม.ต้น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาษาอังกฤษม.ต้น แสดงบทความทั้งหมด

14 ก.ย. 2554

ภาษาอังกฤษม.ต้น16

ตอนนี้ก็เป็นตอนสุดท้ายของภาษาอังกฤษที่มาหนังสือ
แบบเรียนของเรา ในส่วนที่ไม่ได้มีการแปลไว้
มาดูกันต่อดีกว่าครับ

หน้า 81

Situation 3 (สถานการณ์ที่3)
Suda : Excuse me, could you pass me some pepper, please?
สุดา : ขอโทษค่ะ ช่วยส่งพริกไทยให้ฉันได้ไหม?

Malee : Sure. Here you are
มาลี : ได้ซิ นี่ไง

Suda : Thank you.
สุดา : ขอบคุณ

Malee : With pleasure.
มาลี : ด้วยความยินดี

* * * * *
หน้า 82
Situation 4 (สถานการณ์ที่4)
Wichai : Excuse me, do you mind if I close that windows ?
      I feel so cold.
วิชัย : ขอโทษครับ คุณจะว่าอะไรไหมถ้าผมปิดหน้าต่าง?
     ผมรู้สึกหนาวมาก

Suda : I'm afraid you should ask the others first.
สุดา : ฉันเกรงว่าคุณควรถามคนอื่นๆก่อน

* * * * *
หน้า 83
Situation 5 (สถานการณ์ที่5)
Suda : Happy birthday, Malee.
สุดา : สุขสันต์วันเกิด มาลี

Malee: Thank you very much.
มาลี : ขอบคุณมาก

Suda : Here is a little present for you.
สุดา : แล้วนี้ของขวัญเล็กน้อยสำหรับคุณ

Malee : That's very thought of you.
มาลี : คุณนี้ชังคิดจัง (ขอบคุณ)

Suda : That's nothing.
สุดา : ไม่เป็นไร

* * * * *
หน้า 84
Situation 6 (สถานการณ์ที่6)
Wichai : Please send this letter for me, Mana.
วิชัย : ช่วยส่งจดหมายนี้ให้ผมหน่อย มานะ

Mana : All right.
มานะ : ได้ซิ

Wichai : Thanks a lot.
วิชัย : ขอบคุณมาก

Mana : Not at all.
มานะ : ไม่เป็นไรหรอก

* * * * *
หน้า 85
Situation 7 (สถานการณ์ที่7)
Miss kaewta : Do you finish your homework?
แก้วตา : คุณทำการบ้านเสร็จแล้วหรือยัง?

Wichai : I'm sorry. There's two exercises left.
    Can I send it tomorrow?
วิชัย : ขอโทษครับ ยังเหลืออีก 2 แบบฝึกหัดครับ
    ผมขอส่งมันวันพรุ่งนี้ได้หรือเปล่าครับ?

Miss kaewta : I'm afraid you can't because
     you'll lose 10 marks for this matter.
แก้วตา : ฉันเกรงว่าไม่ได้ เพราะว่า
    คุณจะเสีย 10 คะแนนสำหรับเรื่องนี้

* * โปรดติดตามในเรื่องต่อไป* *

ภาษาอังกฤษม.ต้น15

บทสนทนาในตอนนี้จะเป็นการถามทางและบอกทาง
สนใจมาก ลองมาติดตามกันครับ
หน้า 77
Suda : Excuse me, do you know where the police station is?
สุดา : ขอโทษค่ะ.. คุณทราบหรือเปล่าว่าสถานีตำรวจอยู่ที่ไหน?

Woman: Sorry, I don’t. I’m not from this city.
ผู้หญิง : ขอโทษ ฉันก็ไม่รู้ ฉันไม่ได้มาจากเมืองนี้ (ไม่ได้อยู่ที่นี่)

Suda : Thanks anyway.
สุดา : ขอบคุณค่ะ ไม่เป็นไร

Man : Can I help you, Miss?
แมน : มีอะไรให้ช่วยไหมครับ คุณผู้หญิง

Suda : Oh, yes. Can you tell me how to get to the police station?
สุดา : โอ้...ใช่ค่ะ.. คุณสามารถบอกทางฉันไปที่สถานีตำรวจได้ไหมค่ะ?

Man : Walk up this road about two blocks. When you get to
   Saint Bernard road, turn right. It’s beside the post office.
แมน : เดินขึ้นไปตามถนนนี้ประมาณ 2 ช่วงตึก เมื่อคุณไปถึ
   ถนนSaint Bernard ให้เลี้ยวขวา มันจะอยู่ข้างๆที่ทำการไปรษณีย์

Suda : O.K. Go up this street and turn right at
    Saint Bernard road. It’s next to the post office.
สุดา : ได้ เดินตรงขึ้นไปตามถนนนี้แล้วเลี้ยวขวาที่
    ถนน Saint Bernard มันจะอยู่ข้างกับที่ทำการไปรษณีย์

Man : That’s correct.
แมน : ถูกแล้วครับ

Suda : Thank you very much.
สุดา : ขอบคุณมากค่ะ

Man : No problem.
แมน : ไม่มีปัญหาครับ

อธิบายเสริม
1. คำว่า Excuse me. แปลว่า ขอโทษที่ขัดจังหวะ
2. คำว่า Sorry แปลว่า ขอโทษ
   * แบบเราทำผิดในบางสิ่ง
   * นำหน้าประโยคแสดงความเสียใจ
   * นำหน้าประโยคปฏิเสธ เมื่อเราไม่รู้หรือช่วยอะไรใครไม่ได้

* * * * *

หน้า 78
Suda : Excuse me, please. Will flight TG 2008
       arrive at terminal C?
สุดา : ขอโทษค่ะ... เที่ยวบินที่ ทีจี2008
       จะมาถึงที่สถานีปลายทางช่อง C ใช่ไหมคะ?

Airline Staff : Yes, it will.
เจ้าหน้าที่สายการบิน : ใช่ค่ะ

Suda : Is terminal C in this building?
สุดา : สถานีปลายทางช่อง C อยู่ที่ตึกนี่หรือเปล่า?

Airline Staff : No, it is not. It's in the next building.
เจ้าหน้าที่สายการบิน : ไม่ใช่ค่ะ มันอยู่ที่ตึกถัดไป

Suda : Could you tell me the way to terminal C, please?
สุดา : คุณช่วยบอกทางฉันไปที่สถานีปลายทางช่อง C หน่อยค่ะ?

Airline Staff : Walk along. When you see the sign "EMERGENCY",
     turn left. Then, Follow the blue arrow on the floor until you see
     the sign “Entrance to Terminal C” on your right.
เจ้าหน้าที่สายการบิน : เดินตรงไป เมื่อคุณเห็นป้ายสัญญาณ "ฉุกเฉิน"
   ให้เลี้ยวซ้าย เดินตามลูกศรสีฟ้าที่อยู่บนพื้นไป จนกระทั่งคุณพบ
   ป้ายสัญญาณ “ทางเข้าช่อง C ” ทางด้านขวา

Suda : Thank you
สุดา : ขอบคุณค่ะ

Airline Staff : No problem. You should hurry up.
     Flight TG 2008 is landing now.
เจ้าหน้าที่สายการบิน : ไม่เป็นไรค่ะ.. แต่คุณควรรีบหน่อย
    เที่ยวบินทีจี2008 กำลังจะลงจอดแล้ว

Suda : Thanks again.
สุดา : ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

Airline Staff : You're welcome.
เจ้าหน้าที่สายการบิน : ด้วยความยินดีค่ะ

อธิบายเสริม
1. คำว่า TG ย่อมาจาก Thai Government ใช้เป็นรหัสเฉพาะ
      บอกให้ทราบว่าเที่ยวบินนี้มาจากประเทศไทย
2. คำว่า land มีความหมายหลายอย่าง
    land(n) = ที่ดิน, แผ่นดิน land(v) = ลงจอด, ลงสู่พื้นดิน
* * * * *

หน้า 79
Situation 1 (สถานการณ์ที่1)

Suda : Excuse me. Is this seat unoccupied?
สุดา : ขอโทษค่ะ ที่นั่งตรงนี้ว่างอยู่แล้วหรือเปล่า?

Chaba: Yes, it is.
ชบา : ค่ะ

Suda : Thank you.
สุดา : ขอบคุณ

Chaba: You're welcome. What's your name?
ชบา : ยินดีค่ะ คุณชื่ออะไรหรือคะ?

Suda : My name is Suda
สุดา : ฉันชื่อสุดา

Chaba: Nice to meet you. I'm Chaba.
ชบา : ยินดีที่ได้พบค่ะ ฉันชื่อชบา

อธิบายเสริม
ประโยคในการแนะนำตัวแบบง่ายๆ มีดังนี้
   My name is ...ชื่อ...
   I am ... ชื่อ ...
* * * * *

หน้า 80
Situation 2 (สถานการณ์ที่2)
Malee : Excuse me. I want to go to the library.
     Could you please tell me the way?
มาลี : ขอโทษค่ะ ฉันอยากจะไปห้องสมุด
     คุณช่วยบอกทางให้ฉันได้ไหมคะ?

Nasara : Certainly. Walk along this path. Turn left at
     the garden corner. Walk along to the NT building.
     Go inside that building and ask at the information
     where the elevator is? Go up to the third floor.
     The library is there.
นัสรา : แน่นอน เดินไปตามทางนี้ เลี้ยวซ้ายที่
      มุมสวน เดินไปตามทางของตึก NT เข้าไปในตึกนั้น
     แล้วถามประชาสัมพันธ์ว่าลิฟท์อยู่ที่ไหน?
     ขึ้นไปที่ชั้น 3 ห้องสมุดอยู่ที่นั้น

Malee : Where's the NT building?
มาลี : แล้วตึก NT อยู่ที่ไหน

Nasara : It's behind the Rector Office building.
นัสรา : มันอยู่ด้านหลังตึกของสำนักอธิการบดี

Malee : Thanks for your kindness
มาลี : ขอบคุณในความมีน้ำใจของคุณ

Nasara : You're welcome
นัสรา : ด้วยความยินดีค่ะ

อธิบายเสริม
การบอกลำดับชั้นของตึกและการเขียนวันที่
ในภาษาอังกฤษ จะแสดงด้วยเลขลำดับ เช่น
1st = the first
2nd = the second
3rd = the third
4th = forth
5th = fifth

* * * *

ภาษาอังกฤษม.ต้น14

มาดูเรื่องราวที่เป็นบทสนทนาภาษาอังกฤษกันต่อนะครับ
มาจากหนังสือภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

หน้า 73-74

Situation 4 (สถานการณ์ที่4)

Malee : I would like to withdraw and transfer 300 U.S. dollars
    to my mother' account. What should I do?
มาลี : ฉันต้องการถอนเงินและโอนเงิน 300 ดอล์ลาร์
   เข้าบัญชีของแม่ฉัน ฉันควรเป็นอะไรบ้าง

Teller : Please fill out the withdrawal from, then fill out
    this transfer from; filling your mother's account number.
พนักงาน : กรอกแบบฟอร์มในใบถอนเงินก่อนครับ
     แล้วกรอกแบบฟอร์มใบโอนเงิน ใส่เลขที่บัญชีของคุณแม่คุณ

Malee : How much do I have to pay for the bank charge?
มาลี : ฉันต้องจ่ายค่าบริการเท่าไหร่คะ?

Teller : 10 U.S. dollars.
พนักงาน : 10 ดอล์ลาร์ครับ

Malee : Here you are.
มาลี : นี่ค่ะ

Teller : This is your receipt.
พนักงาน : นี่ใบเสร็จของคุณครับ

Malee : Thank you.
มาลี : ขอบคุณค่ะ

Teller : You're welcome.
พนักงาน : ด้วยความยินดีครับ

 * * * * *

หน้า 74
Situation 5 At the post office.
(สถานการณ์ที่5 ที่ทำการไปรษณีย์)

Suda : Hi, Malee. What are you doing today?
สุดา : สวัสดี มาลี คุณจะทำอะไรวันนี้

Malee : Hi. Suda. I'm going to the post office.
     Last night I wrote a letter to my family.

มาลี : สวัสดี สุดา ฉันจะไปที่ทำการไปรษณีย์
    เมื่อคืนก่อนฉันเขียนจดหมายถึงครอบครัวของฉัน

Suda : Oh! I would like to send a parcel and buy stamps, too.
สุดา : โอ้...ฉันอยากจะส่งพัสดุและซื้อแสตมป์ด้วย

Malee : Let's go. ..........
มาลี : งั่งไปกับเลย ....

Teller : What can I do for you madam?
พนักงาน : มีอะไรให้ผมช่วยผม คุณผู้หญิง?

Malee : I would like to send this letter to Thailand.
     How much will I pay for a stamp?
มาลี : ฉันอยากจะส่งจดหมายนี้ไปประเทศไทย.
     ค่าแสตมป์เท่าไหร์คะ?

Teller : Two U.S. dollars. Here it is.
พนักงาน : 2 ดอล์ลาร์ครับ

Malee : Thank you.
มาลี : ขอบคุณค่ะ

Teller : You're welcome.
พนักงาน : ความยินดีครับ

* * * * *

หน้า 75
Situation 6 (สถานการณ์ที่6)
Suda : Excuse me, I would like to send this parcel to Thailand.
สุดา : ขอโทษค่ะ ฉันต้องการส่งพัสดุไปประเทศไทย

Teller : Let me weigh your parcel.
พนักงาน : ขอผมชั่งน้ำหนักของพัสดุของคุณด้วยคครับ

Suda : How many days does it take from here to Thailand?
สุดา : ใช้เวลากี่วันมันถึงจะส่งจากที่นี่เป็นประเทศไทย?

Teller : About a week by air.
พนักงาน : ประมาณ 1 สัปดาห์ ทางอากาศครับ

Suda : How much do I have to pay?
สุดา : ฉันต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ครับ?

Teller : 4 U.S. dollars.
พนักงาน : 4 ดอล์ลาร์ครับ

Suda : O.K. Thank you. Can I have an aerogramme
       and a postcard, please.?
สุดา : ได้ค่ะ ขอบคุณ ฉันขอซื้อกระดาษเขียนจดหมายแบบ
       ใช้ส่งทางอากาศและไปรษณียบัตรด้วยได้ไหม?

Teller : Here you are. It's 2 U.S. dollars.
พนักงาน : นี่ครับ ทั้งหมด 2 ดอล์ลาร์

Suda : Thank you. Goodbye.
สุดา : ขอบคุณค่ะ ...ลาก่อน

Teller : You're welcome.
พนักงาน : ความยินดีครับ

อธิบายเสริม
Aerogramme = กระดาษเขียนจดหมายแบบใช้ส่งทางอากาศ
ทำไมถึงควรใช้ Aerogramme?
เพราะ Aerogramme มีน้ำหนักที่เบาและบางกว่ากระดาษทั่วไป
ทำให้ประหยัดเงินและน้ำมันในการขนส่ง

* * * * *

13 ก.ย. 2554

ภาษาอังกฤษม.ต้น13

มาติดมากันต่อกับเรื่องราวของสุดากันต่อ
หน้า 71

Situation 2 At the Embassy
(สถานการณ์ที่2 ที่สถานฑูต)

Receptionist : Sawasdee Ka, anything I can do for you, Madame?
พนักงานต้อนรับ : สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ฉันช่วยได้บ้างค่ะ?

Suda : I'm so glad, you can speak Thai.
สุดา: ฉันดีใจจังเลย คุณสามารถพูดภาษาไทยได้

Receptionist : Oh! I can speak and understand Thai
     just a little bit.
พนักงานต้อนรับ : โอ้ ฉันสามารถพูดและเข้าใจภาษาไทย
     ได้แค่นิดหน่อย

Suda : I've lost my passport yesterday and I went to
     the police station to inform the matter.
     This is the police record.
สุดา: เมื่อวาน ฉันทำหนังสือเดินทางหานฉันได้ไป
     แจ้งความที่โรงพักแล้ว และนี่ใบแจ้งความ

Receptionist : Please wait for a few minutes.
     I will ask Mr.John at the consular Section to help you.
พนักงานต้อนรับ : กรุณารอสักครู่ค่ะ ฉันจะไปขอคุณจอห์น
    ที่ฝ่ายกงศุลให้ช่วยคุณค่ะ

Suda : Thank you for your help.
สุดา: ขอบคุณในความช่วยเหลือของคุณค่ะ

Receptionist : It's my pleasure.
พนักงานต้อนรับ : ด้วยความยินดีค่ะ

* * * * *

หน้า 72
John : Hello. What can I do for you?
จอห์น : สวัสดีครับ มีอะไรที่ผมสามารถช่วยคุณได้ครับ?

Suda : Hello. I need your help. Yesterday I lost my passport.
     This is the police record.
สุดา : สวัสดีค่ะ... ฉันต้องการความช่วยเหลือ เมื่อวานฉันทำ
     หนังสือเดินทางหาย และนี่ค่ะใบแจ้งความ

John : Don't worry; you can get a new one. You should fill the data
    in the application form, the attach with these documents.
จอห์น : ไม่ต้องเป็นห่วงครับ คุณจะไปรับหนังสือใหม่ (แต่)
   คุณควรกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม เพื่อแนบกับเอกสารอื่น
เช่น
_1)  Police record (ใบแจ้งความ)
_2) Census registration (เอกสารลงทะเบียนสำมะโนประชากร)
_3) I.D. card (บัตรประจำตัวประชาชน)
_4) 2 of your photographs, size 2 1/2 inch (รูปถ่ายของคุณ ขนาด 2 นิ้วครึ่ง)


Suda : When will I get my new passport?
สุดา : แล้วเมื่อไหร่ฉันถึงจะได้หนังสือเดินทางเล่มใหม่?

John : About five days.
จอห์น : ประมาณ 5 วันครับ

Suda : Thank you very much for your kindness.
สุดา : ขอบคุณมากสำหรับความกรุณาของคุณค่ะ

John : You're welcome.
จอห์น : ด้วยความยินดีครับ

อธิบายเสริม

ในประโยค you can get a new one.
คำว่า one ใช้เป็นสรรพนาม(pron.) แทนคำว่า passport

* * * * *

หน้า 72 -73

Situation 3 At the bank
(สถานการณ์ที่3 ที่ธนาคาร)

Malee : Good morning, Suda. I'm going to the bank.
   Would you like to join me?
มาลี : สวัสดี สุดา ฉันจะไปธนาคาร
   คุณต้องการไปกับฉันหรือเปล่า?

Suda : Of course, I would like to open my account too.
สุดา : ได้ซิ ฉันอยากจะเปิดบัญชีใหม่ด้วย

Teller : Good morning. What can I do for you?
พนังงาน : สวัสดีครับ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ?

Suda : I would like to open my account.
สุดา : ฉันอยากจะเปิดบัญชีใหม่ค่ะ...

Teller : Fill out this form, please. Sign your name here.
พนังงาน : ช่วย..กรอกแบบฟอร์มนี้ด้วยครับ แล้วเซ็นชื่อตรงนี้

Suda : I would like to deposit two hundred U.S. dollars
     for this new account.
สุดา : ฉันต้องการฝากเงิน 200 ดอล์ลาร์ในบัญชีใหม่นี้

Teller : Please fill out the deposit slip. .................
พนังงาน : ช่วย..กรอกข้อมูลในใบนำฝากด้วยครับ

Teller : Here's your account, please check your name again.
พนังงาน : นี่ครับ...สมุดบัญชีของคุณ แล้วช่วยตรวจสอบชื่อด้วยครับ

Suda : That's correct. Thank you.
สุดา : ถูกต้องแล้วค่ะ ขอบคุณ

Teller : You're welcome.
พนังงาน : ด้วยความยินดีครับ

อธิบายเสริม
คำว่า ต้องการหรืออยากจะ ในภาษาอังกฤษมีใช้อยู่หลายคำ
แต่มีที่พบมาก ได้แก่

Want เป็นกริยาแท้ แสดงความต้องการแบบทั่วไป เช่น
   He wants to buy a new car.  เขาต้องการซึ้อรถคันใหม่
  We want to go shopping.   พวกเราต้องการไปซื้อของ

เมื่อต้องการเปลี่ยนเป็นประโยคคำถาม
ต้องนำ Do หรือ Does มานำหน้าประโยค
  Does he want to buy a new car?
  Do we want to go shopping

would like to เป็นกริยาช่วย แสดงความต้องการ
แบบมีความสุภาพมากกว่า
     He would like to buy a new car.
เมื่อต้องการเปลี่ยนเป็นประโยคคำถาม
ให้นำ Would ย้ายมานำหน้าประโยค
  Would he like to buy a new car?

* * * *

ภาษาอังกฤษม.ต้น12

ไม่ให้เสียเวลามาดูกันต่อ
หน้า 68

Waiter : Could I help you, Madam?
พนักงานเสริฟ : มีอะไรให้ผมช่วยครับ คุณผู้หญิง?

Siriporn : Yes, please. I'm hungry. What is your advice?
ศิริพร : ค่ะ ฉันกำลังหิว คุณมีอะไรนำแนะบ้าง?

Waiter : Today specials are hot curry with fish ball,
   fried rice with garlic pork sausages and super fried noodle
   with seafood gravy. What would you like, Madam?
พนักงานเสริฟ : อาหารพิเศษวันนี้เป็นแกงเผ็ดลูกชิ้นปลา,
   ข้าวผัดกับไส้กรอกอีสานและราดหน้าทะเลพิเศษ

Siriporn : Um… Fried rice with garlic pork sausages, please.
     Will I have a small Tomyamkung as well.
ศิริพร : อืมม... ขอเป็นข้าวผัดกับไส้กรอกอีสานคะ
     แล้วขอต้มยำกุ้งเล็กด้วย

Waiter : Certainly, Madam. And what would you like for drink,
    soft drink or coffee or Chinese tea?
พนักงานเสริฟ : ได้ครับ, คุณผู้หญิง แล้วคุณต้องการดื่มอะไร
    เครื่องดื่มที่ไม่มีอัลกอฮอร์, กาแฟ, หรือชาจีนครับ?

Siriporn : I prefer cold water.
ศิริพร : ฉันชอบน้ำเย็น

Waiter : Is that all, Madame?
พนักงานเสริฟ : เท่านี้ใช่ไหมครับ, คุณผู้หญิง?

Siriporn : Correct.
ศิริพร : ใช่ค่ะ

Waiter : All right. I'll read your list again. One fried rice
    with garlic pork sausages, a small Tomyamkung
    and cold water, right.
พนักงานเสริฟ : ได้ครับ ผมขออ่านทบทวนรายการอีก
    ครั้งมีข้าวผัดกับไส้กรอกอีสาน, ต้มยำกุ้งเล็ก, น้ำเย็น

Siriporn : Correct.
ศิริพร : ใช่ค่ะ

Waiter : I'll serve you just a minute.
พนักงานเสริฟ : ผมจะมาเสริฟให้อีกสักครู่ครับ

* * * * *

หน้า 70-71

Situation 1 At the police station
(สถานการณ์ที่1  ที่สถานีตำรวจ)

Suda : Malee, I lost my passport. What can I do?
สุดา : มาลี ฉันทำหนังสือเดินทางหาย ฉันควรทำอะไรดี

Malee : You should go to the police station
     to inform about this matter.
มาลี : เธอควรที่ไปที่สถานีตำรวรเพื่อแจ้งความเกี่ยวกับเรื่องนี้

Policeman : Good morning, Madame.
    Are there anything I can do for you?
ตำรวจ : สวัสดีครับ คุณผู้หญิง มีอะไรให้ผมช่วยครับ?

Suda : Good morning, Sir. I lost my passport at the bus terminal.
สุดา : สวัสดีค่ะ ฉันทำหนังสือเดินทางหายที่สถานีรถประจำทาง

Policeman : When did it happen?
ตำรวจ : มันเกิดขึ้นตอนไหนครับ?

Suda : It was yesterday night about 10 o'clock.
สุดา : มันเป็นเมื่อวานกลางคืนประมาณ 10 โมง

Policeman : What's your name?
ตำรวจ : คุณชื่ออะไรครับ?

Suda : I'm Suda Boonma.
สุดา : ฉันชื่อสุดา บุญมา

Policeman : Let me see your I.D. card, please.
ตำรวจ : ขอผมดูบัตรประจำตัวประชาชน ด้วยครับ

Suda : Here it is.
สุดา : นี่ค่ะ

Policeman : Where do you stay?
ตำรวจ : คุณพักอยู่ที่ไหนครับ?

Suda : I stay in King Street near the central market.
สุดา : ฉันอยู่ที่ King Street ใกล้ตลาดกลาง

Policeman : Here's police record. You should bring
     this record to the embassy to reissue your passport.
ตำรวจ : นี้เป็นใบแจ้งความ คุณสามรถนำ
     ใบแจ้งความนี้เป็นที่สถาฑูตเพื่อทำหนังสือเดินทางใหม่ได้

Suda : Thank you very much, goodbye.
สุดา : ขอบคุณมากค่ะ, สวัสดี

Policeman : You're welcome.
ตำรวจ : ด้วยความยินดีครับ

อธิบายเสริม
1. I.D. card ย่อมาจาก Identification Card
    = บัตรประจำตัวประชาชน
   I.D. No. ย่อมาจาก Identification Number
    = เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน
2. คำว่า King Street นี้ที่นี้เป็นชื่อเฉพาะ เราไม่จำเป็นต้อง
    แปลความหมายเป็นภาษาไทยก็ได้ ชื่อเฉพาะ
    เราสังเกตจากจะขึ้นด้วยตัวใหญ่ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในประโยค

* * เรื่องราวของสุดาจะเป็นอย่างไรต้องดูต้องในตอนหน้า * *

ภาษาอังกฤษม.ต้น11

มาดูภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ของมัธยมต้นกันบ้าง

หน้า 66

Situation 1 At the Department Store
(สถานการณ์ที่ 1 ที่ห้างสรรพสินค้า)

Salesgirl : Hello. What can I do for you?
พนักงานขายหญิง : สวัสดีคะ มีอะไรที่ฉันจะช่วยได้ไหมค่ะ?

Malee : Hello. I'm looking for a jacket.
มาลี : สวัสดีคะ ฉันกำลังมองหาเสื้อแจ็ตเก็ตสักตัว

Salesgirl : How about this one?
พนักงานขายหญิง: ตัวนี้เป็นยังไงคะ?

Malee: What size is it?
มาลี : มันเป็นขนาดอะไร?

Salesgirl : It's a large size.
พนักงานขายหญิง : มันเป็นขนาดใหญ่

Malee : Can I try?
มาลี : ฉันลองใส่ได้ไหม?

Salesgirl : Sure.
พนักงานขายหญิง: ได้ค่ะ

Malee : It's a little bit large.
มาลี : มันใหญ่เกินไปนิดหน่อย

Salesgirl : This is a medium size.
พนักงานขายหญิง : ตัวนี้เป็นขนาดกลางคะ

Malee : Medium size will do. I will take the black one.
     How much is it?
มาลี : ขนาดกลางจะดีกว่า ฉันอยากได้เสื้อสีดำ
     ราคาเท่าไหร่หรือค่ะ?

Salesgirl : Twenty-five dollars
พนักงานขายหญิง : 25 ดอลลาร์

Malee : Here's the money.
มาลี : นี้..เงินค่ะ

Salesgirl : Please wait for a moment. …..
    Here's your jacket and change.
พนักงานขายหญิง : กรุณารอสักครู่นะคะ ....
    นี้เสื้อแจ็ตเก็ตและนี้เงินทอน

Malee : Thank you.
มาลี : ขอบคุณค่ะ

Salesgirl : You're welcome.
พนักงานขายหญิง : ด้วยความยินดีค่ะ..

อธิบายเสริม
1. ในประโยค How about this one? และ
     I will take the black one.
คำว่า one ไม่ได้แปลว่า หนึ่ง แต่ one ในที่นี้เป็น
คำสรรพนามตัวหนึ่งที่ใช้ในภาษาอังกฤษ แทนคำว่า jacket
2. คำว่า change โดยปกติเป็นคำกริยา(v) = เปลื่ยนแปลง
    แต่ในที่นี่ ใช้เป็นคำนาม(n.) = เงินทอน

* * * * *

หน้า 67
Situation 2 At the Jewelry Shop
(สถานการณ์ที่2 ที่ร้านเพ็ชร)

Salesgirl : Good morning. What can I do for you, Miss?
พนักงานขายหญิง : สวัสดี(ตอนเช้า) มีอะไรให้ฉันช่วยค่ะ, คุณ?

Miss Kaewta : Of course. I'm looking for a set of
    emerald earrings, ring and necklace.
แก้วตา : คะ.. ฉันกำลังมองหาชุดต่างหู, แหวน,
   สร้อยคอที่เป็นมรกตอยู่

Salesgirl : Which design would you like, the classic,
    the modern or the fancy one?
พนักงานขายหญิง : คุณชอบการออกแบบในแบบคราสสิก,
    แบบทันสมัย หรือแบบสวยน่ารัก...คะ?

Miss Kaewta : Could I look around first, then I'll decide.
แก้วตา : ขอฉันดูรอบๆก่อนได้หรือเปล่าคะ? แล้วฉันค่อยตัดสินใจ

Salesgirl : Certainly, Miss If any set meets your consideration,
     please let me know.
พนักงานขายหญิง : ได้คะ..คุณ ถ้าคุณตัดสินใจเลือกชุดไหน
     กรุณาบอกฉัน

Miss Kaewta : Sure!
แก้วตา : ได้คะ

…..After 10 minutes past……
….. หลังจากผ่านไป 10 นาที …..

Miss Kaewta : Hello! I would like to see these two sets,
     the small one at the right corner and the medium one
     in the middle of the showcase.
แก้วตา : ฉันอยากดู 2 ชุด คือ ชุดเล็กที่มุมขวากับ
    ชุดกลางที่ตรงกลางของตู้โชว์

Salesgirl : A moment, please. Here you are. You can try both.
พนักงานขายหญิง : สักครู่คะ... นี่คะ คุณสามารถลองใส่ได้ทั้งคู่

Miss Kaewta : Umm…I prefer the small one. I think it will
      get along well with my night silk dress. How much is it?
แก้วตา : อืมม... ฉันชอบชุดเล็ก ฉันคิดว่ามันเข้ากันได้ดีกับ
     ชุดผ้าไหมสีดำของฉัน แล้วมันราคาเท่าไหร่?

Salesgirl : Full prize is 78,000 baht. You'll get the discount of
      10%. So it will cost you 70,200 baht.
พนักงานขายหญิง : ราคาเต็มที่ 78,000 บาท คุณได้ส่วนลด
      10 % ดังนั้นเป็นเงิน 70,200 บาท

Miss Kaewta : Can I pay with credit card?
แก้วตา : ฉันจ่ายเป็นบัตรเครคิตได้หรือเปล่า?

Salesgirl : Of course.
พนักงานขายหญิง : ได้ค่ะ

Miss Kaewta : Here you are.
แก้วตา : นี่คะ

Salesgirl : Wait a minute, please.
พนักงานขายหญิง : กรุณาขอสักครู่ ……

Salesgirl : Here your emerald set and credit card.
     Please sign the slip. Thank you and come here again.
พนักงานขายหญิง : นี่ชุดมรกตและบัตรเครคิต
    ช่วยเซ็นชื่อที่ใบเสร็จ ขอบคุณค่ะและมาที่นี้อีกนะคะ

Miss Kaewta : I will. Goodbye.
แก้วตา : ได้... สวัสดีค่ะ

Salesgirl : Goodbye.
พนักงานขายหญิง : สวัสดีค่ะ

* * * * *

12 ก.ย. 2554

ภาษาอังกฤษม.ต้น-10

มาดูกันต่อนะครับ

หน้า 62
Situation 2 (สถานการณ์ที่2)
Suda : Where do you like to live in the city or in the rural?
สุดา : ที่ไหนที่คุณชอบที่จะอยู่(อาศัย) ในเมืองหรือในชนบท

Malee : In my opinion, I like to live in the rural because
    there is no traffic jams and the weather is good for our health.
มาลี : ในความเห็นของฉัน ฉันชอบอยู่ในชนบทเพราะ
    ไม่มีรถติดและอากาศก็ดีต่อสุขภาพของพวกเรา

Suda : I think so.
สุดา : ฉันเห็นด้วย

* * * * *

หน้า 63
Interviewer : Excuse me. I'm doing a survey about mobile phones.
    Can I ask you a few questions?
ผู้สัมภาษณ์ : ขอโทษครับ ผมกำลังทำการสำรวจเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ
    ขอถามคำถามคุณ 2- 3 ข้อได้ไหมครับ?

Preecha : Yes, of course.
ปรีชา : ได้รับ

Interviewer : How often do you use your mobile phone?
ผู้สัมภาษณ์ : คุณใช้โทรศัพท์มือถือของคุณบ่อยแค่ไหน?

Preecha : All the time, I enjoy talking with my friend.
ปรีชา : ตลอดเวลาครับ ผมชอบคุยกับเพื่อนของผม

Interviewer : And do you use any other options on your phone?
   Like SMS or…..
ผู้สัมภาษณ์ : แล้วคุณใช้ตัวเลือกอื่น(หรือฟังก์ชั่นอื่น)ในเครื่อง
    ของคุณหรือเปล่าครับ? อย่างเช่น SMS หรืออื่น...

Preecha : Oh! I often sent SMS. It's cheaper. And sometimes
   I take photos and send them to my friends.
ปรีชา : โอ้ ผมส่ง SMS บ่อย มันถูกกว่า และบางครั้ง
  ผมก็ถ่ายภาพและส่งมันให้กับเพื่อนของผม

Interviewer : Anything else?
ผู้สัมภาษณ์ : แล้วมีอย่างอื่นอีกไหมครับ?

Preecha : Oh yes! My parents often call me on mobile phone
   when I'm out at night.
   They like to know if I'm safe.
ปรีชา : โอ้...มีครับ บ่อยครั้งที่พ่อแม่ของผมโทรเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือ
   ตอนที่ผมออกไปข้างนอกตอนกลางคืน
   พวกเขาอยากรู้ว่าผมปลอดภัยดี(หรือเปล่า)

Interviewer : Do you have any problems with your phone?
ผู้สัมภาษณ์ : คุณมีปัญหากับการใช่โทรศัพท์มือถือบางหรือเปล่าครับ?

Preecha : Yes. The large bill at the end of the month.
ปรีชา : มีครับ มีใบเสร็จเป็นเงินจำนวนมากตอนสิ้นเดือน

อธิบายเสริม
1. SMS ย่อมาจาก Short Message Service
   หมายถึง บริการส่งข้อความแบบสั้นบนโทรศัพท์มือถือ
2. MMS ย่อมาจาก Multimedia Messaging Service
   หมายถึง บริการส่งข้อความแบบสั้นและเสียงบนโทรศัพท์มือถือ
3. ในประโยค I take photos and send them to my friends.
     ในประโยคนี้ them หมายถึง photos
4. คำว่า parents = พ่อและแม่
    แต่ parent = พ่อหรือแม่ คนใดคนหนึ่ง
5. enjoy + ving =  เพลิดเพลินกับการ...    เช่น
    enjoy eating = เพลิดเพลินกับการกิน
    enjoy reading = เพลิดเพลินกับการอ่าน

* * * *

ภาษาอังกฤษม.ต้น-09

มาดูการแปลเนื้อหาจากหนังภาษาอังกฤษ
ในชีวิตประจำวันกันต่อนะครับ  อย่างเพิ่งเบื่อ...อย่างเพิ่งท้อ

หน้า 55- 56

Situation 2 (สถานการณ์ที่2)
Kaewta : Good evening, Wichai. Where's Suda?
แก้วตา : สวัสดี(ตอนเย็น) วิชัย สุดาอยู่ที่ไหนหรือค่ะ?

Wichai : Good evening, Miss Kaewta. Suda is over there,
    at the table where Malee is sitting. I'll go to tell go to tell her
   that you have arrived.
วิชัย : สวัสดี(ตอนเย็น) คุณแก้วตาอยู่ตรงนั้น ที่นี่ครับที่โต๊ะ
    ที่มาลีกำลังนั่งอยู่ ฉันจะไปบอกเธอว่าคุณมาถึงแล้ว

Kaewta : Thank you. Wichai
แก้วตา : ขอบคุณคะ คุณวิชัย

Wichai : You're welcome.
วิชัย :ด้วยความยินดีครับ

Suda : Good evening. Miss Kaewta. I'm glad that you can come.
แก้วตา : สวัสดี(ตอนเย็น) คุณแก้วตา ฉันดีใจที่คุณสามารถมาได้

Kaewta : I'm willing to. I'm glad to hear that you've well done.
     You've got the highest marks in English.
แก้วตา : ฉันก็ไปตั้งใจไว้แล้ ฉันก็ดีใจทีได้ยินคุณทำได้ดี
    คุณทำคะแนนได้สูงสุดในวิชาภาษาอังกฤษ

Wichai : Thank you for your kindness.
วิชัย : ขอบคุณมากสำหรับความใจดีของคุณ

* * * * *

หน้า 56
Situation 3 (สถานการณ์ที่3)
Mana : Suda, I'm sorry, I have to leave now.
มานะ : สุดา ผมขอโทษนะ ผมต้องไปก่อนนะครับ

Suda : Thank you for coming here.
     It's great that you join my party.
สุดา : ขอบคุณสำหรับการมาที่นี่
     มันยอดเยี่ยมมากที่คุณมาร่วมงานเลี้ยงของฉัน

Mana : It's a nice party. All the food are very delicious.
    The music is also beautiful.
มานะ : มัยเป็นงานเลี้ยงที่ดี อาหารทุกอย่างอร่อยมาก
     ดนตรีก็เพาะด้วย

Suda : Thanks. Good night.
สุดา : ขอบคุณคะ...ราตรีสวัสดิ์

Mana : Good night.
มานะ : ราตรีสวัสดิ์8iy[

อธิบายเสริม
คำว่า beautiful โดยปกติเป็นคำคุณศัพท์ (adj.)
    ถ้าใช้กับคนและสิ่งของจะ แปลว่า สวย, งาม  เช่น
* She is a beautiful woman. เธอเป็นผู้หญิงสวย
* That picture is so a beautiful. ภาพนั้นสวยมาก
แต่ว่า
* The music is so beautiful.  ดนตรีเพาะมาก
beautiful ใช้ขยายความคำว่า music จะแปล่า ไพเราะ, เพาะ

 * * * *

หน้า 61
Situation 1 (สถานการณ์ที่1)
Suda : I have nothing to wear to the welcome party.
สุดา : ฉันไม่มี(ชุด)อะไรจะใส่ไปงานเลี้ยง

Malee : Oh Dear, that's not true. You have a lot of dresses.
    How about your black dresses?
มาลี : โอ้ที่รัก นั้นไม่เป็นจริงเลย คุณมีชุดตั้งมากมาย
    ชุดสีดำของคุณเป็นยังไร?

Suda : That long black dress?  It's too elegant.
   I want to wear something casual.
  What do you think about the pretty yellow dress?
สุดา : ชุดสีดำยาวนั้นใช่ไหม? มันดูหรูหราเกินไป
   ฉันต้องสวมชุดที่ดูลำลอง

Malee : That's a good idea. It's nice.
มาลี : นั้นก็เป็นความคิดที่ดี มันก็ดีนะ

Suda : So, you think I should wear the yellow dress?
สุดา : อย่างนั้น คุณคิดว่าฉันควรสวมชุดสีเหลืองหรือเปล่า?

Malee : I think so. You will look very attractive.
มาลี : ฉันก็คิดแบบนั้น คุณจะดูมีเสน่ห์มากเลย

อธิบายเสริม
ในบทสนทนานี้นักศึกษาจะเห็นประโยคคำถามที่
ไม่ตรงตามหลักไวยกรณ์ คือ

you think I should wear the yellow dress?
จากประโยคเต็มว่า
Do you think I should wear the yellow dress?

เหตุผลคือ ในการพูดภาษาอังกฤษโดยทั่วที่ไม่เป็นทางการ
ไปบางครั้งก็ไม่ได้คำนึงถึงหลักไวยกรณ์มากนัก ขอเพียง
สื่อสารกันให้เข้าใจก็พอ 
 
* * * * *

ภาษาอังกฤษม.ต้น-08

มาดูแปลภาษาอังกฤษระดับมัธยมต้นกันต่อ

หน้า 52
Situation 2 (สถานการณ์ที่2)
Wichai : Bravo! At last, Suda is the winner.
วิชัย : ยอมเยี่ยมมากในที่สุด สุดาก็เป็นผู้ชนะ

Mana : She did a good job. We should have a little party tonight.
มานะ : เธอทำได้ดีมาก พวกควรจะจัดงานเลี้ยงเล็กๆ

Wichai : Sure. Keep it in secret. We'll make her a big surprise!
วิชัย : แน่นอน เก็บมันไว้เป็นความลับก่อนนะ พวกเราจะทำให้
          เธอประหลาดใจครั้งใหญ่เลย

อธิบายเสริม
1. สำนวน Keep it in secret หมายถึงเก็บมันไว้เป็นความลับ
    และคำว่า it แทนคำว่า a little party tonight.
2. สำนวน do a good job หมายถึง ทำงานได้ดี,
   ใช้การชมเชยคนอื่น
* * * * *
หน้า 53
Wichai : Hey! What happened to your arm?
วิชัย : เฮ้.. เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับแขนของคุณหรือ?

Mana : It hurt while I was playing basketball yesterday.
มานะ : มันเจ็บขณะที่ผมกำลังเล่นบาสเก็ตบอลเมื่อวานนี้

Wichai : That's too bad. How did you do that?
วิชัย : แย่จัง แล้วมันเกิดได้ยังไร?

Mana : I fell down as I was running to get the ball.
มานะ : ผมหกล้มตอนที่ผมกำลังวิ่งไปรับบอล

Wichai : Oh dear! You have to stop playing basketball
               for a while, won't you?
วิชัย : โอ้เพื่อนรัก (แบบนี้)คุณคงต้องหยุดเล่นบาสเก็ตบอล
           ไปสักระยะ ไม่เช่นหรือ

Mana : Yes, I won't be able to play for two months .
มานะ : ใช่ ฉันจะไม่สามารถเล่นมันได้ 2 เดือน

Wichai : Sorry about that.
วิชัย : เสียใจด้วยนะ

อธิบายเสริม
1. คำว่า Hey เป็นคำทักทายที่ใช้กันในกลุ่มเพื่อน
    หรือคนรู้จักที่สนิทสนมกัน
2. เราจะพบคำที่เหมือนกันแต่มีความหมายที่ต่างกัน
    ในบทสนทนานี้คือ คำว่า while
    * คำว่า while ตัวแรก เป็นคำสันธาน(conj.) = ขณะที่, ตอนที่
    * คำว่า while ตัวที่ 2 เป็นคำนาม(n.) = ช่วงเวลาหนึ่ง, ระยะเวลาหนึ่ง

* * * * *

หน้า 54
Malee : Hi. Suda. I have heard a good news about you.
มาลี : สวัสดี สุดา ฉันเพียงได้ยินข่าวดีเกี่ยวกับคุณ

Suda : Hi. Malee. What's about?
สุดา : สวัสดี มาลี เกี่ยวกับเรื่องอะไรหรือ?

Malee : Have you been promoted to be a General Manager
        of the company recently?
มาลี : คุณเพิ่งได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการทั่วไปของบริษัท
        เมื่อเร็วๆนี้ใช้ไหมล่ะ

Suda : Yes, I have.
สุดา : ใช้แล้วล่ะ

Malee : Congratulations on your promotion!
มาลี : ขอแสดงความยินดีแล้วกับการเลื่อนตำแหน่งของคุณ

Suda : Thank you.
สุดา : ขอบคุณจ้ะ

อธิบายเสริม
เมื่อเราจะแสดงความยินดีกับใครในเรื่องอะไร
เราจะใช้ประโยคง่ายๆ ดังนี้
   Congratulations on …เรื่องที่จะแสดงความยินดี..   เช่น
   Congratulations on your success ยินดีกับความสำเร็จของคุณ

* * * * *

1 ส.ค. 2554

ภาษาอังกฤษม.ต้น-05

กลับมาที่ภาษาอังกฤษกันบ้าง

หน้า 35
At the convenient store (ที่ร้านสะดวกซื้อ)
A : Hello! What can I do for you?
เอ : สวัสดีครับ...มีอะไรให้ผมช่วยได้บ้างครับ?

B : Hi! I’m looking for some soft drink.
บี : สวัสดีครับ...ผมกำลังหาซื้อเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์

A : Sure. What kind do you prefer?
เอ : ได้ครับ คุณชอบแบบไหนครับ?

B : I want a bottle of mineral water and two cans of orange juice.
บี : ผมต้องการน้ำแร่ 1 ขวดกับน้ำส้ม 2 กระป๋องครับ

A : You can find them on shelves over there at the very far corner on your left.
เอ : คุณสามารถหามันได้บนชั้นวางของตรงนั้นที่หัวมุมที่อยู่ไกลด้านซ้ายมือของคุณ

B : Thanks.
บี : ขอบคุณครับ

อธิบายเสริม
ในบทสนทนานี้มีคำศัพท์ที่น่าสนใจ เช่น
* look for = มองหา, ค้นหา
* คำว่า them ในประโยค You can find them....
   เป็นคำสรรพนามแทนคำว่า  soft drink
* ในภาษาอังกฤษมีการแบ่งคำนามออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ
1.คำนามนับได้(Countable Nouns) เช่น
      Table = โต๊ะ    man = ตน  cat = แมว
ซึ่งการบอกจำนวนเราสามารถนำ คำที่ใช้บอกจำนวนมานำหน้าได้ทันที่
เช่น  a table = โต๊ะ 1 ตัว
        four  tables = โต๊ะ 4 ตัว
2.คำนามนับไม่ได้ (Uncountable Nouns) เช่น
   water = น้ำ    oil = น้ำมัน   air = อากาศ
ซึ่งการบอกจำนวนเราไม่สามารถนำ คำที่ใช้บอกจำนวนมา
นำหน้าได้โดยตรง ต้องใช้คำนามที่นำได้มานำหน้า เช่น
  a bottle of water  =  น้ำ 1 ขวด
  two bottles of milk  =  นม 2 ขวด
  five cups of coffee = กาแฟ 5 ถ้วย
*****

หน้า 38
At the beauty salon (ที่ร้านเสริมสวย)

A : Good evening. May I help you, Ma’am?
เอ : สวัสดี(ตอนเย็น)ค่ะ...มีอะไรให้ฉันช่วยได้บ้างค่ะ คุณผู้หญิง?

B : Good evening. I’d like to have my hair shampooed.
บี : สวัสดี(ตอนเย็น)ค่ะ... ฉันอยากจะมาสระผมสักหน่อยค่ะ

A : Just shampoo or shampoo and blow – dry?
เอ : จะเพียงแค่สระผมอย่างเดียวหรือสระแล้วเป่าแห้งด้วยค่ะ?

B : How much does it cost?
บี : แล้วราคาเท่าไหร่บ้างล่ะ?

A : Only shampoo is 50 Baht with blow – dry is 60 Baht.
เอ : สระผมอย่างเดียว 50 บาทแต่สระแล้วเป่าแห้ง 60 บาท

B : If so, I want my hair shampoo with blow – dry.
บี : ถ้าอย่างนั้น. ฉันเลือกสระแล้วเป่าแห้ง

A : O.K. This way, please.
เอ : ได้ค่ะ... เชิญทางด้านนี้ค่ะ

อธิบายเสริม
ในบทสนทนานี้มีคำศัพท์ที่น่าสนใจ เช่น
* ปกติ shampoo ที่เราคุ้นเคย จะเป็นคำนาม(n.) แปลว่า ยาสระผม
 แต่ในที่นี้ shampoo เป็นหน้าที่เป็นคำกริยา แปลว่าสระผม
   ส่วนคำอื่น เช่น
    water (n) = น้ำ     water (v) = รดน้ำ
ตัวอย่าง
   I would like a glass of water.
   ฉันต้องการน้ำ 1 แก้ว
  My father is watering trees in the garden.
  พ่อของกำลังรดไม้ต้นไม้ในสวน
* เมื่อเราต้องให้ใครทำอะไรให้ ในเรื่องที่เราทำเอง
   ไม่ได้หรือไม่สะดวก จะใช้รูปประโยคได้ดังนี้
  to have + something + past participle (กริยาช่อง 3) หรือ
  to have + someone + do + something
ตัวอย่าง   I want to have my car washed by my brother. หรือ
   I want my brother wash my car.
  ฉันต้องการให้น้องชายล้างรถให้
* * * * *