วันนี้ครูขอเปลี่ยนมาเป็นวิชาภาษาไทยบาง เป็นเรื่องของคำสมาส
ครูได้รวมรวมและสรุปมาให้ได้พวกเราได้อ่านกัน
อ่านแล้วต้องพยายามแยกให้ออกคำว่า คำสมาสมี 2 ความหมาย
คือ 1. เป็นคำรวมๆให้เป็นชื่อของการสร้างคำใหม่ กับ
2. เป็นวิธีการสร้างคำให้
คำสมาส คือ คำที่เกิดจากการนำคำในภาษาบาลีและสันสกฤตมารวมเข้าด้วยกัน
เพื่อทำให้เกิดคำใหม่ ที่มีความหมายใหม่ โดยยังมีเค้าของความหมายเดิมอยู่
การสมาสมี 2 แบบ
1. การสมาสแบบสมาส คือ “คำสมาส” (ชนกัน).....มองเห็นศัพท์เดิมเป็นคำๆต่างๆ
2. การสมาสแบบสนธิ คือ “คำสนธิ” (เชื่อมกัน).....มองไม่เห็นศัพท์เดิมเป็นตัวๆ
ตัวอย่างคำสมาสแบบสมาส
กาญจน์ + บุรี = กาญจนบุรี
ชาติ + พันธุ์ = ชาติพันธุ์
ชาติ + ภูมิ = ชาติภูมิ
ทศชาติ = ทศ + ชาติ
ทาส + กรรมกร=ทาสกรรมกร
ธน + บัตร = ธนบัตร
ธนบัตร = ธนะ + บัตร
ประวัติ + ศาสตร์ = ประวัติศาสตร์
พุทธศักราช = พุทธะ + ศักราช
แพทย์+ศาสตร์ = แพทยศาสตร์
ภูมิ+ศาสตร์ = ภูมิศาสตร์
มนุษย์ + ธรรม = มนุษยธรรม
ยุคลบาท = ยุคล +บาท
ราช + รถ = ราชรถ
วนาราม = วนา + อาราม
วิทยฐานะ = วิทยะ + ฐานะ
วิทยาเขต = วิทยา + เขต
วีรสตรี = วีระ + สตรี
ศัลยแพทย์ = ศัลย์ + แพทย์
ศิลปะ+ศาสตร์ = ศิลปศาสตร์
สกลมารค = สกล + มารค
สวัสดิ์+ภาพ = สวัสดิภาพ
สาธารณสมับติ = สาธารณะ + สมบัติ
สารคดี = สาระ + คดี
สิทธิ+บัตร = สิทธิบัตร
เสรีภาพ = เสรี + ภาพ
อิสระ+ภาพ = อิสรภาพ
อุบัติ + เหตุ = อุบัติเหตุ
เอก + ภาพ = เอกภาพ
คำที่มีคำเหล่านี้อยู่ด้วย มักจะเป็นคำสมาส คือ การ กร กรรม
คดี ธรรม บดี ภัย ภัณฑ์ ภาพ ลักษณ์ วิทยา ศาสตร์
ตัวอย่างคำสมาสอื่นๆ
กรรมกร, กายกรรม, กายภาพ, กาฬทวีป, กาฬพักตร์, กิจกรรม,
กิจการ, เกษตรกรรม, ขัณฑสีมา, ครุศาสตร์, คหกรรม, คุณธรรม,
ฆาตกร, จตุปัจจัย, จิตวิทยา, จินตภาพ, จีรกาล, ฉันทลักษณ์,
ชีววิทยา, ฌาปนสถาน, ดาราศาสตร์, ไตรทวาร, ทวิบาท,
ทาสกรรมกร, ธุรกิจ, นาฏศิลป์, นามธรรม, นิติศาสตร์,
บุตรทาน, บุตรทารก, บุปผชาติ, โบราณสถาน, ประถมศึกษา,
ปัญญาชน, พระชงฆ์, พระปฤษฏางค์, พระพุทธ, พระหัตถ์,
พัสดุภัณฑ์, พิพิธภัณฑสถาน, พุทธธรรม, พุพภิกขภัย,
เพศศึกษา, แพทย์ศาสตร์, ภารกิจ, ภูมิศาสตร์, มนุษยวิทยา
มนุษยสัมพันธ์, มโนธรรม, มโนภาพ, มรณภาพ, มรรคนายก,
มหกรรม, มหานคร, มหานิกาย, มหาภัย, มหาราช
มัจจุราช, มัณฑนศิลป์, มาฆบูชา, ยุทธวิธี, รัฐศาสตร์,
รัตติกาล, ราชการ, ราชทัณฑ์, ราชอุบาย, ราชโอรส,
รูปธรรม, ฤทธิเดช, วรพงศ์, วรรณกรรม, วรรณคดี,
วสันตฤดู, วัฏสงสาร, วัตถุธรรม, วาตภัย, วิจิตรศิลป์
วิทยฐานะ, วิทยาธร, วิทยาศาสตร์, วิทยาศาสตร์,
วิศวกร, วิสาขบูชา, เวชกรรม, เวทมนตร์, ศิลปกรรม,
ศิลปศาสตร์, ศิลปศึกษา, ศีลธรรม, เศรษฐกิจ
สตรีวิทยา, สถานภาพ, สมณพราหมณ์, สังคมวิทยา
สังฆเภท, สังฆราช, สันติภาพ, สัมมาอาชีพ,
สามัคคีธรรม, สารัตถศึกษา, สุขภาพ, สุขศึกษา
สุคนธรส, สุนทรพจน์, หัตถศึกษา, อธิการบดี
อักษรศาสตร์, อัคคีภัย, อัฏฐางคิกมรรค
อิทธิพล, อินทรธนู, อุดมคติ, อุตสาหกรรม
อุตสาหการ, อุทกภัย, อุทกภัย, อุบัติเหตุ
เอกชน, เอกภพ
วิธีการสังเกตคำสมาสในภาษาไทย
1. เกิดจากคำมูลตั้งแต่สองคำขึ้นไป
2. เป็นคำที่มีรากศัพท์มาจากภาษาบาลีและสันสกฤตเท่านั้น
3. พยางค์สุดท้ายของคำหน้า หากมีสระ อะ หรือมีตัวการันต์อยู่ ให้ยุบตัวนั้นออก (ยกเว้นคำบางคำ เช่น กิจจะลักษณะ เป็นต้น)
4. แปลความจากหลังมาหน้า เช่น ราชบุตร แปลว่า บุตรของพระราชา, ราชการ แปลว่า งานของพระเจ้าแผ่นดิน
5. ส่วนมากออกเสียงพยางค์ท้ายของคำหน้า แม้จะไม่มีรูปสระกำกับอยู่ โดยจะใช้เสียง อะ อิ และ อุ (เช่น เทพบุตร) แต่บางคำก็ไม่ออกเสียง (เช่น สมัยนิยม สมุทรปราการ)
6. คำบาลีสันสกฤตที่มีคำว่า พระ ซึ่งกลายเสียงมาจากบาลีสันสกฤต ก็ถือว่าเป็นคำสมาส (เช่น พระกร พระจันทร์)
7. อ่านออกเสียงระหว่างคำ เช่น
ข้อสังเกต
1. ไม่ใช่คำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤตทั้งหมด เช่น
เทพเจ้า (เจ้า เป็นคำไทย)
พระโทรน (โทรน เป็นคำอังกฤษ)
บายศรี (บาย เป็นคำเขมร)
2.คำที่ไม่สามารถแปลความจากหลังมาหน้าได้ไม่ใช่คำสมาส เช่น
ประวัติวรรณคดี แปลว่า ประวัติของวรรณคดี
นายกสมาคม แปลว่า นายกของสมาคม
วิพากษ์วิจารณ์ แปลว่า การวิพากษ์และการวิจารณ์
3. คำสมาสบางคำไม่ออกเสียงสระตรงพยางค์ของคำหน้า เช่น
ปรากฏการณ์ อ่านว่า ปรา – กด – กาน
สุภาพบุรุษ อ่านว่า สุ – พาบ – บุ – หรุด
สุพรรณบุรี อ่านว่า สุ – พรรณ – บุ – รี
สามัญศึกษา อ่านว่า สา – มัน – สึก – สา
ข้อควรจำ
1. ลักษณะที่สำคัญคือคำสมาสทั้งสองแบบภาษาที่ใช้
จะต้องเป็นภาษาบาลี-สันสกฤต
2. ยกเว้น คำเหล่านี้ไม่ใช่ “คำสมาส ทั้ง ๒ แบบ เช่น ผลไม้
กระยาสารท คุณค่า ทุนทรัพย์ ราชวัง ราชดำเนิน พลความ
พลเมือง มูลค่า สรรพสิ่ง พลเรือน พระพุทธเจ้า ตรัสรู้ ชำนาญการ
เคมีภัณฑ์ ภูมิลำเนา กลเม็ด กรมท่า กรมวัง เมรุมาศ
3. วิธีสังเกตคำสมาส คือ เวลาอ่านตรงกลางจะออกเสียงสระด้วย
เช่น ราช(ชะ)การ, อุบัติ(ติ)เหตุ, แพทย(ทะยะ)ศาสตร์, กิจ(จะ)กรรม
ยกเว้นบ้างบางคำเช่น รสนิยม(รด-นิ-ยม), ปรากฎการณ์ (ปรา-กด- กาน),
เหตุการณ(เหต – กาน), สุขศาลา(สุข – สา-ลา)
ขอให้นักศึกษาอ่านทบทวนในหนังสือแบบเรียนประกอบด้วย
* * * * *
13 ก.ค. 2554
11 ก.ค. 2554
กิจกรรม-บริจาคโลหิต
ภาพจากกิจกรรมบริจาคโลหิตที่ กศน.วัดนางนองในวันที่ 10 ก.ค. 54 ที่ผ่านมา
ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงจะมีครั้งต่อๆไป
* * * * *
อาจารย์จากศรช. อื่นก็ร่วมบริจาคโลหิตด้วย
กิจกรรมการบริจาคโลหิตในครั้งนั้ ทำให้นักศึกษาหลายๆ คนเลิกกลัวเข็มไปได้ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงจะมีครั้งต่อๆไป
* * * * *
กิจกรรม-ถวายเทียน
ทางศรช. วัดบางประทุนนอกของเราได้ทำกิจกรรมถวายเทียนพรรษา
กับวัดบางประทุนนอกเป็นประจำทุกปี ในปีนี้ก็เช่นกัน จึงได้นำภาพ
บางส่วนมาให้ดูอ่านกัน
อาจารย์อิงอร ถวายเงินที่ได้รับมากับท่านเจ้าอาวาส
นักศึกษาร่วมกันถวายสิ่งของ
คณะสงฆ์ให้พรเป็นศิริมงคลด้วยจิตศรัทธาของทุกคนก็ทำให้เราสามารถถวายเงินด้วยยอดเงิน 14,137 บาท
พวกเราชาวศรช. วัดบางประทุนนอกก็ขออนุโมทนาและขอขอบคุณของคนทุกท่าน
มา ณ.โอกาสนี้
* * * * *
กับวัดบางประทุนนอกเป็นประจำทุกปี ในปีนี้ก็เช่นกัน จึงได้นำภาพ
บางส่วนมาให้ดูอ่านกัน
ภาพจากงานถวายเทียนพรรษาในวันที่ 10 ก.ค. 54 ที่ผ่านมา
องค์กรนักศึกษากำลังจัดเตรียมงาน
องค์กรและครูกำลังนับซองและสิ่งของที่จะถวาย
ตั้งขบวนแห่และเดินมาที่โบสถ์นำทีมโดยหัวหน้าองค์กรนักศึกษา
เดินมาที่โบสถ์นำทีมโดยหัวหน้าองค์กรนักศึกษา
หยุดพักเตรียมเดินรอบโบสถ์
แห่เทียนรอบโบสถ์
ร้อนยังไงก็ยังยิ้มได้
ท่านเจ้าอาวาสผู้มีเมตตากับทางศรช.ของเรามาในพิธีด้วยตัวเอง
อาจารย์อิงอร ถวายเงินที่ได้รับมากับท่านเจ้าอาวาส
นักศึกษาร่วมกันถวายสิ่งของ
คณะสงฆ์ให้พรเป็นศิริมงคล
พวกเราชาวศรช. วัดบางประทุนนอกก็ขออนุโมทนาและขอขอบคุณของคนทุกท่าน
มา ณ.โอกาสนี้
* * * * *
ภาษาอังกฤษ ม.ต้น-2
วันนี้มาดูภาษาอังกฤษกันต่อเลยนะครับ
หน้า 9
Situation 3 (สถานการณ์ที่3)
Wichai : Hi, Suda. How are you doing?
วิชัย : สวัสดีครับ...สุดา คุณเป็นอย่างไรบ้าง?
Suda : Not so well, thanks, and you?
สุดา : ก็ไม่ค่อยดีนัก ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ?
Wichai : Fine, What's happened?
วิชัย : ดีครับ เกิดอะไร(กับคุณ)หรือครับ?
Suda : I catch a cold. I have to see the doctor now. Goodbye.
สุดา : ฉันเป็นไข้ ฉันต้องไปหาหมอก่อนแล้ว ลาก่อน
Wichai : Take care of yourself, Suda.
วิชัย : รักษาตัวด้วยครับ สุดา
อธิบายเสริม1. เราใช้ How are you doing? แทน How are you? ในการทักทายกันได้
2. สำนวน I catch a cold. = ฉันเป็นไข้ หรือ คนไทยจะพูดว่า ฉันจับไข้
3. have, has แปลว่า มี, กิน แต่
have to หรือ has to + คำกริยาช่องที่ 1 (v1 )
แปลว่า ต้องทำอะไร
หน้า 10
Situation 5 (สถานการณ์ที่5)
Mana : When will you leave for England?
มานะ : คุณจะเดินทางไปประเทศอังกฤษเมื่อไหร่?
Wichai : Next week. You can visit me if you have time.
วิชัย : สัปดาห์หน้าครับ คุณไปเยี่ยมเยียนผมได้ถ้าคุณมีเวลา
Mana : I love to. Have you already prepared all things?
มานะ : ได้เลยครับ แล้วคุณเตรียมของเสร็จแล้วหรือ?
Wichai : Yes. I'll go to say goodbye to all of my cousins during these days
I'm afraid I have to go now. Bye.
วิชัย : ใช้ครับ ผมจะไปบอกลาญาติทุกๆคนในระหว่าง 2 – 3 วันนี้
ผมเกรงว่าผมคงต้องไปก่อนแล้วครับ โชคดี
Mana : Don't forget to write.
มานะ : แล้วอย่าลืมเขียน (จดหมายมาบ้างครับ)
อธิบายเสริม
ขอให้จำว่า leave = ละทิ้ง, ออกจาก แต่ leave for = เดินทางไปที่
* * * * * *
หน้า 9
Situation 3 (สถานการณ์ที่3)
Wichai : Hi, Suda. How are you doing?
วิชัย : สวัสดีครับ...สุดา คุณเป็นอย่างไรบ้าง?
Suda : Not so well, thanks, and you?
สุดา : ก็ไม่ค่อยดีนัก ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ?
Wichai : Fine, What's happened?
วิชัย : ดีครับ เกิดอะไร(กับคุณ)หรือครับ?
Suda : I catch a cold. I have to see the doctor now. Goodbye.
สุดา : ฉันเป็นไข้ ฉันต้องไปหาหมอก่อนแล้ว ลาก่อน
Wichai : Take care of yourself, Suda.
วิชัย : รักษาตัวด้วยครับ สุดา
อธิบายเสริม1. เราใช้ How are you doing? แทน How are you? ในการทักทายกันได้
2. สำนวน I catch a cold. = ฉันเป็นไข้ หรือ คนไทยจะพูดว่า ฉันจับไข้
3. have, has แปลว่า มี, กิน แต่
have to หรือ has to + คำกริยาช่องที่ 1 (v1 )
แปลว่า ต้องทำอะไร
หน้า 10
Situation 5 (สถานการณ์ที่5)
Mana : When will you leave for England?
มานะ : คุณจะเดินทางไปประเทศอังกฤษเมื่อไหร่?
Wichai : Next week. You can visit me if you have time.
วิชัย : สัปดาห์หน้าครับ คุณไปเยี่ยมเยียนผมได้ถ้าคุณมีเวลา
Mana : I love to. Have you already prepared all things?
มานะ : ได้เลยครับ แล้วคุณเตรียมของเสร็จแล้วหรือ?
Wichai : Yes. I'll go to say goodbye to all of my cousins during these days
I'm afraid I have to go now. Bye.
วิชัย : ใช้ครับ ผมจะไปบอกลาญาติทุกๆคนในระหว่าง 2 – 3 วันนี้
ผมเกรงว่าผมคงต้องไปก่อนแล้วครับ โชคดี
Mana : Don't forget to write.
มานะ : แล้วอย่าลืมเขียน (จดหมายมาบ้างครับ)
อธิบายเสริม
ขอให้จำว่า leave = ละทิ้ง, ออกจาก แต่ leave for = เดินทางไปที่
* * * * * *
8 ก.ค. 2554
ภาษาอังกฤษ- ม.ปลาย-1
วันเพื่อไม่ให้น้อยหน้ากัน ครูจะเอาเนื้อเรื่องของภาษาอังกฤษ ม.ปลาย
มาแปลให้พวกเราได้อ่านกันบ้าง
รายวิชา ภาษอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
หน้า 21
What was that terrible noise?
(เสียงน่ากลัวนั้นเป็นเสียงจากอะไร)
Jane dropped a stack of plates on the floor because they were too slippery.
Her mother wasn’t at all happy….
เจนทำจานตั้งหนึ่งหล่นพื้นเพราะมันลื่นมาก แม่ของเธอรู้สึกที่พอใจ
Mother : Jane, Oh no! What is going on in the kitchen?
แม่ : เจน โอ้..ไม่น่า..เกิดอะไรขึ้นในครัว?
Jane : I’m sorry. I’ve just dropped a stack of plates.
เจน : หนูขอโทษค่ะ หนูเพิ่งทำจานตั้งหนึ่งหล่น
Mother : Were you hurt?
แม่ : แล้วหนูได้รับบาดเจ็บที่ไหนหรือเปล่า?
Jane : Fortunately, no. But I’m terribly sorry.
เจน : ยังโชคดีค่ะ แต่หนูเสียใจมากๆ
Mother : I’m glad you’re not hurt, but please, you must be careful next time!
แม่ : แม่ดีใจที่หนูไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่หนูต้องระวังในครั้งต่อไป
Jane : I will. I will. Trust me.
เจน : ได้..ได้.. เชื่อใจหนูได้เลย
อธิบายเสริม
ในบทสนทนานี้มีคำศัพท์ที่น่าสนใจ
I’m glad + ประโยค = ฉันดีใจที่...
เป็นประโยคที่แสดงถึงความยินดี, ดีใจกับคนอื่น
I’m glad you can come. (ฉันดีใจที่คุณมา)
I’m glad you can understand it. (ฉันดีใจด้วยที่คุณเข้าใจมัน)
* * * * * *
หน้า 25
How terrible! You’re late again.
(แย่จัง..คุณมาสายอีกแล้ว)
Mrs. Jone : Jim, you’re late again.
คุณโจน : จิม, คุณมาสายอีกแล้วนะ
Jim : I apologize, Mrs. Jone. I missed the bus this morning.
จิม : ผมขอโทษครับ, คุณโจน ผมขึ้นรถไม่ทันเมื่อเช้านี้
Mrs. Jone : Did you finish your homework?
คุณโจน : แล้วนี่คุณทำการบ้านเสร็จแล้วหรือยัง?
Jim : I’m sorry. I didn’t.
จิม : ผมขอโทษครับ ผมยังทำไม่เสร็จ
Mrs. Jone : How terrible! I’m very disappointed with you.
คุณโจน : แย่จัง ผมรู้สึกผิดหวังกับคุณมากเลย
Jim : I wasn’t feeling well last night. I had a fever. So I took medicine and slept earlier.
จิม : (คือว่า...) ผมรู้สึกไม่แค่สบายเมื่อคืนก่อน.. ผมมีไข้.. ผมทานยานและนอนแต่หัวค่ำ
Mrs. Jone : That’s O.K., then. These things happen. But try to finish it today, will you?
คุณโจน : ก็โอเค ถ้าเป็นแบบนั้นแล้ว แต่ต้องทำมันให้เสร็จในวันนี้ จะได้ไหม?
Jim : I’ll do that.
จิม : ได้ครับ
อธิบายเสริม
ในบทสนทนานี้มีคำศัพท์ที่น่าสนใจ เช่น
* took medicine เป็นคำกริยาช่อง2 (v2) ของคำว่า
take medicine = ทานยา, กินยา (มีความหมายเชิงบวก)
แต่คำว่า do drug = ยาเสพ (มีความหมายเชิงลบ)
เรามักพบประโยคนี้บ่อยๆ คือ Don’t do drug = อย่าเสพยา
* คำว่า it เป็นคำสรรพนาม(pron.)โดยปิกติเป็นว่า มัน
แต่เมื่ออยู่ในประโยคแล้วมักจะมีความหมายเปลี่ยนได้ตามเนื้อเรื่อง
ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของคนอ่านที่จะต้องทำความเข้าใจให้ได้ว่า
มัน ในเรื่องนี้หมายถึง homework (การบ้าน)
* * * * * *
ครูก็หว้งว่า นักศึกษาคงพอเข้าบ้างนะครับ
แล้วอย่าลืม ถ้าอ่านคำไหนหรือประโยคไหนไม่อ่าน
ก็อย่าลืมว่าพี่กู --- Google ช่วยได้นะครับ
มาแปลให้พวกเราได้อ่านกันบ้าง
รายวิชา ภาษอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
หน้า 21
What was that terrible noise?
(เสียงน่ากลัวนั้นเป็นเสียงจากอะไร)
Jane dropped a stack of plates on the floor because they were too slippery.
Her mother wasn’t at all happy….
เจนทำจานตั้งหนึ่งหล่นพื้นเพราะมันลื่นมาก แม่ของเธอรู้สึกที่พอใจ
Mother : Jane, Oh no! What is going on in the kitchen?
แม่ : เจน โอ้..ไม่น่า..เกิดอะไรขึ้นในครัว?
Jane : I’m sorry. I’ve just dropped a stack of plates.
เจน : หนูขอโทษค่ะ หนูเพิ่งทำจานตั้งหนึ่งหล่น
Mother : Were you hurt?
แม่ : แล้วหนูได้รับบาดเจ็บที่ไหนหรือเปล่า?
Jane : Fortunately, no. But I’m terribly sorry.
เจน : ยังโชคดีค่ะ แต่หนูเสียใจมากๆ
Mother : I’m glad you’re not hurt, but please, you must be careful next time!
แม่ : แม่ดีใจที่หนูไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่หนูต้องระวังในครั้งต่อไป
Jane : I will. I will. Trust me.
เจน : ได้..ได้.. เชื่อใจหนูได้เลย
อธิบายเสริม
ในบทสนทนานี้มีคำศัพท์ที่น่าสนใจ
I’m glad + ประโยค = ฉันดีใจที่...
เป็นประโยคที่แสดงถึงความยินดี, ดีใจกับคนอื่น
I’m glad you can come. (ฉันดีใจที่คุณมา)
I’m glad you can understand it. (ฉันดีใจด้วยที่คุณเข้าใจมัน)
* * * * * *
หน้า 25
How terrible! You’re late again.
(แย่จัง..คุณมาสายอีกแล้ว)
Mrs. Jone : Jim, you’re late again.
คุณโจน : จิม, คุณมาสายอีกแล้วนะ
Jim : I apologize, Mrs. Jone. I missed the bus this morning.
จิม : ผมขอโทษครับ, คุณโจน ผมขึ้นรถไม่ทันเมื่อเช้านี้
Mrs. Jone : Did you finish your homework?
คุณโจน : แล้วนี่คุณทำการบ้านเสร็จแล้วหรือยัง?
Jim : I’m sorry. I didn’t.
จิม : ผมขอโทษครับ ผมยังทำไม่เสร็จ
Mrs. Jone : How terrible! I’m very disappointed with you.
คุณโจน : แย่จัง ผมรู้สึกผิดหวังกับคุณมากเลย
Jim : I wasn’t feeling well last night. I had a fever. So I took medicine and slept earlier.
จิม : (คือว่า...) ผมรู้สึกไม่แค่สบายเมื่อคืนก่อน.. ผมมีไข้.. ผมทานยานและนอนแต่หัวค่ำ
Mrs. Jone : That’s O.K., then. These things happen. But try to finish it today, will you?
คุณโจน : ก็โอเค ถ้าเป็นแบบนั้นแล้ว แต่ต้องทำมันให้เสร็จในวันนี้ จะได้ไหม?
Jim : I’ll do that.
จิม : ได้ครับ
อธิบายเสริม
ในบทสนทนานี้มีคำศัพท์ที่น่าสนใจ เช่น
* took medicine เป็นคำกริยาช่อง2 (v2) ของคำว่า
take medicine = ทานยา, กินยา (มีความหมายเชิงบวก)
แต่คำว่า do drug = ยาเสพ (มีความหมายเชิงลบ)
เรามักพบประโยคนี้บ่อยๆ คือ Don’t do drug = อย่าเสพยา
* คำว่า it เป็นคำสรรพนาม(pron.)โดยปิกติเป็นว่า มัน
แต่เมื่ออยู่ในประโยคแล้วมักจะมีความหมายเปลี่ยนได้ตามเนื้อเรื่อง
ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของคนอ่านที่จะต้องทำความเข้าใจให้ได้ว่า
มัน ในเรื่องนี้หมายถึง homework (การบ้าน)
* * * * * *
ครูก็หว้งว่า นักศึกษาคงพอเข้าบ้างนะครับ
แล้วอย่าลืม ถ้าอ่านคำไหนหรือประโยคไหนไม่อ่าน
ก็อย่าลืมว่าพี่กู --- Google ช่วยได้นะครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)