19 ก.พ. 2556
สรุปเนื้อ ภาษาอังกฤษอ่าน – เขียน ตอนที่ 3
การให้และขอข้อมูลส่วนบุคคล (Giving and Asking for Personal Information)
ข้อมูลส่วนตัว
How old are you? คุณอายุเท่าไร
I'm eighteen. ผมอายุ 18 ปี
How tall are you? คุณสูงเท่าไร
I'm 165 centimeters tall. ฉันสูง 165 ซ.ม.
How much do you weigh? คุณหนักเท่าไร
I weigh 65 kilograms. ผมหนัก 65 กิโลกรัม
ข้อมูลครอบครัว
How many people are there in your family? มีกี่คนในครอบครัวคุณ
There are 4 people in my family. ครอบครัวผมมี 4 คนด้วยกัน
How many brothers and sisters do you have? คุณมีพี่น้องกี่คน
I have one brother and two sisters. ผมมีพี่ชาย 1 คน และน้องสาว 2 คน
I don't have any brothers or sisters. ผมไม่มีพี่น้องเลย
What does your father do? พ่อคุณทำงานอะไร
My father is a teacher. พ่อผมเป็นครู
Does your mother work? แม่คุณทำงานหรือเปล่า
Yes. My mother is a designer. แม่เป็นนักออกแบบ
She doesn't work. แม่ไม่ได้ทำงาน
What do you want to be (in the future)? คุณอยากเป็นอะไร (ในอนาคต)
I want to be a businessman. ผมอยากเป็นนักธุรกิจ
I haven't decided yet. ยังไม่ได้ตัดสินใจ
I have no idea now. ผมก็ยังไม่ทราบ
การขอบคุณ (Thanking)
การขอบคุณ สำนวนที่ใช้ในการขอบคุณ ได้แก่
Thanks you (very much). ขอบคุณ (มาก)
Thanks a lot. ขอบใจมาก
Thank you for everything. ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง
Thank you for your help. ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของคุณ
I really appreciate that. ผมรู้สึกประทับใจจริง ๆ
Thank you for your present. ขอบคุณสำหรับของขวัญ
การตอบรับคำขอบคุณ
You’re welcome. ไม่เป็นไร
Don't mention it. ไม่เป็นไร
Not at all. ไม่เป็นไร
It's nothing. ไม่เป็นไร
That's all right. / That's O.K. ไม่เป็นไร
(It's) a pleasure. ด้วยความยินดี
My pleasure./With pleasure. ด้วยความยินดี
Don’t worry (about it). อย่ากังวลไปเลย
No problem. ไม่มีปัญหา
การขอโทษ (Apologizing)
การขอโทษ สำนวนที่ใช้ในการขอโทษ ได้แก่
I’m sorry. ผมขอโทษ
I’m sorry. I’m late. ขอโทษที่มาช้า
I’m sorry I troubled you. ขอโทษที่ทำให้ต้องลำบาก
Excuse me, please. ขอโทษครับ/ค่ะ
Excuse me for interrupting. ขอโทษที่รบกวน
Excuse me for a moment. ขอโทษขอเวลาสักครู่
การให้อภัย สำนวนที่ใช้ในการตอบรับคำขอโทษ
That’s all right. ไม่เป็นไร (ตอบรับคำขอโทษ)
Don’t worry (about it). อย่ากังวลไปเลย
No problem. ไม่มีปัญหา
That's O.K. หรือ I'm O.K. ไม่เป็นไร หรือ ผมไม่เป็นไร
สรุปเนื้อ ภาษาอังกฤษอ่าน – เขียน ตอนที่2
การแนะนำตนเองและผู้อื่น (Introducing Oneself and Others)
การแนะนำตนเอง
Let me introduce myself. ขอแนะนำตัวเอง
May I introduce myself? ขอแนะนำตัวเอง
I’m / My name’s Napat. ผมชื่อ นภัทร
I'm Thai. ฉันเป็นคนไทย
I'm Chinese. ฉันเป็นคนจีน
I'm from Thailand. ผมมาจากประเทศไทย
I'm a student at …….. College. ฉันเป็นนักเรียนที่วิทยาลัย …..
I study at …………… College. ผมเรียนอยู่ที่วิทยาลัย …..
I’m teaching at …………… College. ผมสอนอยู่ที่วิทยาลัย …..
I work at ….. . ฉันทำงานที่…..
I live in Hat-Yai. ผมอยู่หาดใหญ่
I'm in the first year. ผมเรียนอยู่ปี 1
I'm a second year student. ฉันเป็นนักเรียนปี 2
I study ………………. ผมเรียนสาขา ……..
My field of study is …………. สาขาวิชาที่ผมเรียนคือ …………
การแนะนำผู้อื่น
This is John. นี้คือจอห์น
I'd like you to know Tim. ผมอยากให้คุณรู้จักทิม
I'd like to introduce you to Wipa. ผมอยากแนะนำคุณให้รู้จักวิภา
I want to introduce my friend Nadej. ผมอยากจะแนะนำณเดชเพื่อนผม
I want you to meet my friend Kim. ผมอยากให้คุณพบคิมเพื่อนผม
Here's Tim and that's Nana. นี่ทิม และนั่นนานา
คำแสดงความยินดีที่ได้รู้จัก ได้แก่
It’s nice/good to meet/see you. ดีใจที่ได้พบคุณ
I’m pleased to meet/see you. ดีใจที่ได้พบคุณ
I'm glad to meet/see you. ดีใจที่ได้พบคุณ
It's a pleasure to meet you. ดีใจที่ได้พบคุณ
ตัวอย่างเพิ่มเติม บทสนทนา การนำแนะตัวเองและผู้อ่าน
Bee : Let me introduce myself. I’m Bee. I work at One Company.
บี : ขอแนะนำตัวเอง ผมชื่อบี ผมทำงานที่บริษัทวัน.
Nana : My name is Nana. I am a nurse. It’s nice to meet you.
นานา : ฉันชื่อ นานา ฉันเป็นพยาบาล ดีใจที่ได้พบคุณ
Bee : Nice to meet you, too. And this is my friend John.
บี : ดีใจเช่นกันที่ได้พบคุณ และนี้เพื่อนของผม จอห์น
Nana : Nice to see you. John.
นานา : ดีใจที่ได้พบคุณ จอห์น
John : Nice to meet you, too. Nana
จอห์น : ดีใจที่ได้พบคุณ เช่นกัน นานา
หมายเหตุ
** too ในที่นี้ แปลว่า เช่นเดียวกัน, เช่นกัน
** ในการทักทาย ตอบรับการท้กทาย มักจะกล่าวซ้ำประโยคของผู้พูดคนแรก ตามด้วย too
สรุปเนื้อ ภาษาอังกฤษอ่าน – เขียน ตอนที่1
สรุปเนื้อ ภาษาอังกฤษอ่าน – เขียน (พต22001)
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
เป้าหมายของรายวิชา
มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติเกี่ยวกับ ภาษาท่าทาง การฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาต่างประเทศ ด้วยประโยคที่ซับซ้อนในชีวิตประจำวัน และงานอาชีพของตน ได้ถูกต้องตาม หลักภาษาวัฒนธรรม และกาลเทศะของเจ้าของภาษา
เนื้อหาที่ต้องศึกษาและฝึกทักษะ
ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Information) คำสั่ง คำขอร้อง การแสดงความต้องการ และความช่วยเหลือ แสดงความรู้สึก และความคิดเห็น คำอธิบาย ความชอบ และไม่ชอบ หัวข้อเรื่อง (Topic) ใจความสำคัญ (Main Idea)
การทักทาย (Greetings)
การทักทาย คำทักทายที่ควรทราบมีดังนี้
Good morning สวัสดี (เช้าถึงเที่ยงวัน)
Good afternoon สวัสดี (หลังเที่ยงวันถึงช่วงเย็น)
Good evening สวัสดี (ช่วงเย็นถึงกลางคืน)
Hello/Hi สวัสดี (เพื่อนหรือคนรู้จักทั่วไป)
การสอบถามทุกข์-สุข สำนวนที่ใช้สอบถามว่าสบายดีหรือ ได้แก่
How are you? (เน้นเรื่องสุขภาพ)
How are you going? (อังกฤษ) How are you doing? (อเมริกัน)
How’s it going? (เน้นความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน)
How have you been? (ในกรณีนาน ๆ เจอกันที)
How’s everything?
การตอบ ตัวอย่างการตอบ ได้แก่
(I'm) fine, thanks. And you? สบายดี ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ
Good. สบายดี
Very well สบายดีมาก
I'm O.K. ก็ดี
So so. ก็เรื่อยๆ,ไม่มีอะไรพิเศษ
Not (too) bad ก็ไม่เลว
Great! เยี่ยม, วิเศษ
การอำลา (Leave Taking)
See you again. พบกันใหม่ หรือจะเพิ่มเวลาในอนาคต ต่อท้ายอีกก็ได้
See you again tomorrow. พบกันใหม่พรุ่งนี้
See you again next time. พบกันใหม่โอกาสหน้า
See you again next week. พบกันใหม่สัปดาห์หน้า
See you again next month. พบกันใหม่เดือนหน้า
See you again next year. พบกันใหม่ปีหน้า
See you again on Sunday. พบกันใหม่วันอาทิตย์
See you later. แล้วเจอกันใหม่นะ
See you soon. แล้วเจอกันใหม่นะ
ประโยครอำลากันด้วยการอวยพรให้
Have a nice day/time. โชคดี/วันนี้ขอให้มีความสุข
Have a nice holiday. ขอให้มีความสุขในวันหยุด
Have a nice weekend. ขอให้มีความสุขในวันสุดสัปดาห์
Have a good time. ขอให้มีความสุข / ขอให้เที่ยวให้สนุก
Have a good/nice trip ขอให้เดินทางปลอดภัย
Sweet dreams / Sleep well ฝันดีนะ/นอนหลับให้สบายนะ
Good luck. / Be successful. โชคดี/ขอให้ประสบความสำเร็จ
Good night. ราตรีสวัสดิ์/ไปแล้วนะ (ใช้ลาตอนกลางคืน)
แบบอื่นๆ
Take care (of yourself) ดูแลตัวเองด้วย
Goodbye/Bye ไปแล้วนะ/ไปล่ะ
18 ก.พ. 2556
สรุปเนื้อหา + แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ Tense
หลักไวยกรณ์การเขียนประโยคให้สอดคล้องกับเวลา Tense (ฉบับย่อ)
สิ่งที่ต้องทราบ
1. โครงสร้างของประโยคบอกเล่า แบบง่ายๆ ต้องประกอบด้วย ประธาน + กริยา + (กรรม) + (ส่วนขยาย)
2. หัวใจสำคัญที่ทำให้เราทราบว่า เหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นตอนไหน ให้สังเกตที่คำกริยาหรือคำกริยาวิเศษณ์บางคำหรือส่วนขยายที่บอกเวลา
3. กลุ่มคำกริยาที่ต้องจำให้ได้
4. ประธานของประโยค
ประธานเอกพจน์ หมายถึง ประธานที่เป็นคน, สัตว์, สิ่งของ, คำนามหรือคำสรรพนาม ที่มี 1 สิ่ง
ประธานพหูพจน์ หมายถึง ประธานที่เป็นคน, สัตว์, สิ่งของ, คำนามหรือคำสรรพนาม ที่มากกว่า 1 สิ่ง
ประธานบุรุษที่ 1 หมายถึง ตัวผู้พูดเอง ได้แก่ I, We
ประธานบุรุษที่ 2 หมายถึง ผู้ฟัง ได้แก่ You
ประธานเอกพจน์บุรุษที่ 3 หมายถึง คนที่เราพูดถึง ได้แก่ He, She, It, ชื่อคน 1 คน, ของ 1 สิ่ง
ประธานพหูพจน์บุรุษที่ 3 หมายถึง คนที่เราพูดถึง ได้แก่ They, ชื่อคนหลายคน, ของหลายอย่าง
5. คำศัพท์ที่ใช้อธิบาย
Subject = ประธาน V1 = กริยาช่องที่ 1
V2 = กริยาช่องที่ 2 V3 = กริยาช่องที่ 3 Ving = กริยาเติม ing
ประโยคกลุ่มที่เป็นปัจจุบัน
1. Present Simple Tense
รูปประโยค subject + V1 (ที่เติม –s หรือ –es กับประธานเอกพจน์บุรุษที่ 3 เช่น He, She, It, ชื่อคน 1 คน, ของ 1 อย่าง, สถานที่ 1 สถานที่)
วิธีใช้
1. ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดในปัจจุบัน, นิสัย, กิจวัตรประจำวัน
2. ใช้กับเหตุการณ์ทางธรรมชาติ ความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์
3. อาชีพหรืองานที่ทำอยู่
มักมีคำว่า always = สม่ำเสมอ often = บ่อย usually = โดยปกติ
เช่น
She is my friend. เธอเป็นเพื่อนของฉัน
He plays tennis every week. เขาเล่นเทนนิสทุกสัปดาห์
We often read a newspaper พวกเราอ่านหนังสือพิมพ์บ่อยๆ
Yaya and Nadej are two super stars. ญาญ่าและณเดชน์เป็นดาราที่โด่งดัง
2. Present Continuous Tense
รูปประโยค subject + is /am/are + Ving
วิธีใช้
1. ใช้กับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดในปัจจุบันขณะ ตอนนี้
2. ใช้กับเหตุการณ์ที่จะเกิดในอนาคต
มักมีคำว่า now = ตอนนี้
เช่น
The boy is sleeping now. เด็กคนนั้นกำลังนอนหลับอยู่ตอนนี้.
They are studying English. พวกเขากำลังเรียนภาษาอังกฤษ
I am swimming with you tomorrow. ผมจะว่ายน้ำกับคุณวันพรุ่งนี้
Present Perfect Tense
รูปประโยค subject + have / has + V3
วิธีใช้
1. ใช้กับเหตุการณ์ที่เพิ่งจะจบลง
2. ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดมาตั้งแต่อดีตต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันและดำเนินต่อไปในอนาคต
มักพบคำว้า just = เพิ่งจะ already = แล้ว yet = ยังไม่เสร็จ
เช่น
I have just seen the movie.
ฉันเพิ่งจะไปดูหนังเรื่องนั้นมา
He has lived in this house for 3 years
เขาอยู่ที่บ้านหลังนี้มา 3 ปี (และยังอยู่ต่อไปอีก)
They have studied here since 2010.
พวกเราเรียนที่นี้ตั้งแต่ปี 2010
Present Perfect Continuous Tense
รูปประโยค subject + have/has + been + Ving
วิธีใช้ ใช้เช่นเดียวกับ Present Perfect Tense
แต่เป็นการเน้นให้เห็นถึงการกระทำที่ต่อเนื่อง
เช่น
I has been living in this house for 4 years.
ฉันอยู่ที่บ้านหลังนี้มาตลอด 4 ปี (แบบไม่ได้ไปอยู่ที่อื่นเลย)
She has been waiting for me about 2 hours.
เธอรอฉันมาตลอด 2 ชั่วโมง
I have been loving only you for all my life.
ฉันรักเพียงเธอคนเดียวมาตลอดชีวิตของฉัน
กลุ่มที่เป็นอดีต
Past Simple Tense
รูปประโยค Subject + V2 (เติมed หรือเปลี่ยนรูป)
วิธีใช้ ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบสิ้นไปแล้วในอดีต
She was a teacher. เธอเคยเป็นครู.
They studied this school. พวกเราเคยเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้
He gave you some money yesterday.
เขาได้ให้เงินคุณไปแล้วเมื่อวานวัน
Past Continuous Tense
รูปประโยค Subject + was /were + Ving
วิธีใช้
1. ใช้กับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดในอดีต โดยทราบเวลาที่แน่นอน
2. ใช้กับเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ที่กำลังที่เกิดพร้อมกันในอดีต
3. ใช้กับเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ที่ไม่พร้อมกันในอดีต โดยที่
เหตุการณ์ที่ดำเนินอยู่ใช้ Subject + was /were + Ving
เหตุการณ์ที่แทรกขึ้นมาใช้ Subject + V2
What were you doing at 10.00 o'clock yesterday?
คุณกำลังทำอะไรอยู่ตอน 10 โมงเมื่อวานนี้
I was reading a new novel at 10.00 o'clock yesterday.
ฉันกำลังอ่านนิยายเรื้องใหม่ตอน 10.00โมง เมื่อวานนี้
I was singing while they were playing game.
ฉันกำลังร้องเพลงขณะที่พวกเขากำลังเล่นเกม
He was listening to music while his father came in his room.
เขากำลังฟังเพลง ขณะที่ พ่อของเขาเดินเข้ามาในห้องของเขา
Past Perfect Tense
รูปประโยค Subject + had + V3
วิธีใช้ ใช้กับเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ที่ไม่พร้อมกันในอดีตโดยที่
เหตุการณ์ที่เกิดก่อนใช้ Subject + had + V3
เหตุการณ์ที่เกิดตามมาใช้ Subject + V2
I had slept before my mother arrived home last night.
ฉันหลับไปก่อนที่แม่จะมาถึงบ้านเมื่อคืนนี้
Malee brushed her teeth after she had had dinner.
มาลีแปลงฟันหลังจากที่เขาทานมื้อเย็นแล้ว
Past Perfect Continuous Tense
รูปประโยค subject + had + been + Ving
วิธีใช้ ใช้เช่นเดียวกับ Past Perfect Tense แต่เป็นการเน้นให้เห็นถึงการกระทำที่ต่อเนื่อง
He had been writing 7 books so far.
ถึงตอนนี้ เขาเขียนหนังสือมา 7 เล่มแล้ว
กลุ่มที่เป็นอนาคต
Future Simple Tense
รูปประโยค Subject + will + V1
หรือ Subject + is/are/am + go to + V1
วิธีใช้ ใช้กับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
I will go to Hua-Hin with my family next week.
ฉันจะไปหัวหินกับครอบครัวสัปดาห์หน้า
He will go to visit his aunt next Sunday.
เขาจะไปเยี่ยมป้าของเขาวันอาทิตย์หน้านี้
Future Continuous Tense
รูปประโยค Subject + will + be + Ving
วิธีใช้ ใช้กับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและทราบเวลาที่แน่นอน
I will be flying to Phuket at 8.30 on next Tuesday.
ฉันจะกำลังบินไปภูเก็ตตอน 8.30 ในวันอังคารหน้า (กำลังอยู่บนเครื่องแล้วตอน 8.30)
Future Perfect Tense
รูปประโยค Subject + will + have + V3
วิธีใช้
1. ใช้กับเหตุการณ์ที่จะสิ้นสุดลงในอนาคตโดยทราบที่แน่นอน
2. เหตุการณ์อย่างหนึ่งจบลง เมื่อมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น
We will have finished this project by the end of this month.
พวกเขาจะทำโครงการนี้เสร็จก่อนสิ้นเดือนนี้
She will have slept for 4 hours by 9 o'clock.
เขาจะนอนครบ 4 ชั่วโมงพอดีเมื่อถึง 9 โมง
The baby will have slept already by the time he reaches home.
เด็กน้อยคงจะหลับไปแล้วก่อนที่เขาจะมาถึง
Future Perfect Continuous Tense
รูปประโยค Subject + will + have + been + Ving
วิธีใช้ ใช้เช่นเดียวกับ Future Perfect Tense แต่เป็นการเน้นให้เห็นถึงการกระทำที่ต่อเนื่อง
She will have been sleeping for 4 hours by the time he arrives
เธอคงนอนหลับได้ 4 ชั่วโมงแล้ว ตอนที่เขามาถึง
แบบฝึกหัด
เลือกคำตอบที่ดีที่สุด ตัวอักษรต่างๆเป็นคำบอกใบ้ จะไม่พบในข้อสอบจริง ต้องพยายามสังเกตและจดจำ
1. He _____ a postman. เขาเป็นบุรุษไปรษณีย์ (ตอนนี้)
a. is (v1 ใช้ในเหตุการ์ปัจจุบัน และตามหลังประธานเอกพจน์)
b. am (v1 ใช้ในเหตุการ์ปัจจุบัน และตามหลังประธาน I เท่านั้น)
c. are (v1 ใช้ในเหตุการ์ปัจจุบัน และตามหลังประธานพหูพูจน์)
d. was (v2 ใช้ในเหตุการ์ในอดีต และตามหลังประธานเอกพจน์)
2. She always _______ to the market every week. เธอ (ไป) ที่ตลาดทุกสัปดาห์
a. go (v1 ใช้ในเหตุการ์ปัจจุบัน และตามหลังประธานพหูพจน์)
b. goes (v1 ใช้ในเหตุการ์ปัจจุบัน และตามหลังประธานเอกพจน์)
c. went (v2 ใช้ในเหตุการ์ในอดีต และตามหลังประธานทุกตัว)
d going (v1 ใช้ในเหตุการ์ในอดีตที่กำลังเกิดอยู่ตอนนี้)
3. Bee and Ben _____ my best friends. บีและเบน (เป็น)เพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน
a. is (v1 ใช้ในเหตุการ์ปัจจุบัน และตามหลังประธานเอกพจน์)
b. am (v1 ใช้ในเหตุการ์ปัจจุบัน และตามหลังประธาน I เท่านั้น)
c. are (v1 ใช้ในเหตุการ์ปัจจุบัน และตามหลังประธานพหูพูจน์)
d. were (v2 ใช้ในเหตุการ์ในอดีตจบไปแล้ว และตามหลังประธานทุกตัว)
3. They often _____ football before lunch. พวกเขา(เล่น)ฟุตบอลก่อนทานอาหารเที่ยงบ่อยๆ
a. plays (v1 ใช้ในเหตุการ์ปัจจุบัน และตามหลังประธานเอกพจน์)
b. playing (v1 ใช้ในเหตุการ์ในอดีตที่กำลังเกิดอยู่ตอนนี้)
c. play (v1 ใช้ในเหตุการ์ปัจจุบัน และตามหลังประธานพหูพูจน์)
d. have played (have + v3 ใช้ในเหตุการ์ที่เพิ่งจบลงหรือดำเนินมาจากอดีต ใช้กับประธานพหูพจน์)
4. Yesterday we dinner together. เมื่อวานนี้พวกเรา(ทาน)อาหารมื้อเย็นด้วยกัน
a. eat (v1 ใช้ในเหตุการ์ปัจจุบัน และตามหลังประธานพหูพูจน์)
b. have (v1 ใช้ในเหตุการ์ปัจจุบัน และตามหลังประธานพหูพูจน์)
c. had (v2 ใช้ในเหตุการ์ในอดีตจบไปแล้ว และตามหลังประธานทุกตัว)
d. has (v1 ใช้ในเหตุการ์ปัจจุบัน และตามหลังประธานเอกพจน์)
5. You ______ the exam now. คุณ (กำลังทำ) ข้อสอบอยู่ตอนนี้
a. is doing (ใช้กับเหตุการ์ที่กำลังเกิดอยู่ในปัจจุบัน ตามหลังประธานเอกพจน์)
b. am doing. (ใช้กับเหตุการ์ที่กำลังเกิดอยู่ในปัจจุบัน ตามหลังประธาน I เท่านั้น)
c. are doing (ใช้กับเหตุการ์ที่กำลังเกิดอยู่ในปัจจุบัน ตามหลังประธานพหูพจน์)
d. did (v2 ใช้ในเหตุการ์ในอดีตจบไปแล้ว และตามหลังประธานทุกตัว)
6. He ______ very late last night. เขานอนดึกมากเมื่อคืนก่อน
a. sleeps (v1 ใช้ในเหตุการ์ปัจจุบัน และตามหลังประธานเอกพจน์)
b. is sleeping (is + ving ใช้กับเหตุการ์ที่กำลังเกิดอยู่ในปัจจุบัน ตามหลังประธานเอกพจน์)
c slept (v2 ใช้ในเหตุการ์ในอดีตที่จบไปแล้ว และตามหลังประธานทุกตัว)
d. will sleep (will + v1 ใช้กับเหตุการณ์ที่จะทำหรือเกิดขึ้นในอนาคต และตามหลังประธานทุกตัว)
7. I _______ fishing with them tomorrow. ฉัน (จะไป) ตกปลากับพวกเขาวันพรุ่งนี้
a. go (v1 ใช้ในเหตุการ์ปัจจุบัน และตามหลังประธานพหูพูจน์)
b. went (v2 ใช้ในเหตุการ์ในอดีตที่จบไปแล้ว และตามหลังประธานทุกตัว)
c. will go (will + v1 ใช้กับเหตุการณ์ที่จะทำหรือเกิดขึ้นในอนาคต และตามหลังประธานทุกตัว)
d. goes (v1 ใช้ในเหตุการ์ปัจจุบัน และตามหลังประธานเอกพจน์)
8. Tim _______ his car soon. ทิม (จะขาย) รถยนต์ของเขาเร็วๆนี้
a. sells (v1 ใช้ในเหตุการ์ปัจจุบัน และตามหลังประธานเอกพจน์)
b. sold (v2 ใช้ในเหตุการ์ในอดีตที่จบไปแล้ว และตามหลังประธานทุกตัว)
c. will sell (will + v1 ใช้กับเหตุการณ์ที่จะทำหรือเกิดขึ้นในอนาคต และตามหลังประธานทุกตัว)
d. are selling (are + vingใช้กับเหตุการ์ที่กำลังเกิดอยู่ในปัจจุบัน ตามหลังประธานพหูพจน์)
9. Kim _______ at 16.00 yesterday. คิมกำลังว่ายน้ำอยู่ตอน บ่าย 4 โมงเมื่อวานนี้
a. is swimming (is + ving ใช้กับเหตุการ์ที่กำลังเกิดอยู่ในปัจจุบัน ตามหลังประธานเอกพจน์)
b. has swum (has + v3 ใช้ในเหตุการ์ที่เพิ่งจบลงหรือดำเนินมาจากอดีต ใช้กับประธานเอกพจน์)
c. will swim (will + v1 ใช้กับเหตุการณ์ที่จะทำหรือเกิดขึ้นในอนาคต และตามหลังประธานทุกตัว)
d. was swimming (was + ving ให้กับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดในอนาคตและจบไปแล้ว มีเวลาบอกไว้ชัดเจน ใช้กับประธานเอกพจน์)
10. Ben ______ this book for 2 months. เบนเขียนหนังสือเล่มนี้เป็นเวลา 2 เดือน
a. write (v1 ใช้ในเหตุการ์ปัจจุบัน และตามหลังประธานพหูพูจน์)
b. wrote (v2 ใช้ในเหตุการ์ในอดีตที่จบไปแล้ว และตามหลังประธานทุกตัว)
c. am writing (ใช้กับเหตุการ์ที่กำลังเกิดอยู่ในปัจจุบัน ตามหลังประธานพหูพจน์)
d. has written (has + v3 ใช้ในเหตุการ์ที่เพิ่งจบลงหรือดำเนินมาจากอดีต ใช้กับประธานพหูพจน์กับ I )
เฉลย
1. a. is 2. b. goes 3. c. play 4. c. had
5. c. are doing 6. c slept 7. c. will go 8. c. will sell
9. d. was swimming 10. d. has written
แนวข้อสอบวิชาสุขศึกษา
1) คำว่า สุขภาพ หมายถึง ...
ก) สภาวะความสมบูรณ์ทั้งร่างกาย ข) สภาวะความสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ
ค) สภาวะความสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยปราศจากโรคและความพิการ
2) ข้อที่ไม่เป็นสาเหตุที่ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรม
ก) ต้อมชอบเที่ยวกลางคืน ข) แดงไม่ชอบทานอาหารเย็น
ค) แป้งชอบดื่มน้ำอัดลม
3) ข้อใดเป็นการเลือกซื้อสินค้าที่ถูกต้อง
ก) ฟ้าซื้อของตามโฆษณา ข) พรซื้อตามเพื่อนแนะนำ
ค) โตโต้อ่านฉลากว่ามี อ.ย. และดูวันหมดอายุ รวมถึงสภาพบรรจุภัณฑ์
4) อ.ย. ย่อมาจากคำว่า .....
ก) องค์การการค้าโลก ข) อาหารและยารักษาโรค
ค) องค์การอาหารและยา
5) ข้อใดไม่ใช่โรคติดต่อทั้งหมด
ก) โรคหัด, โรคมะเร็ง ข) โรคฉี่หนู, โรคหนองใน
ค) โรคหัวใจ, โรคไมเกรน, โรคเบาหวาน
6) สิ่งปนเปื้อนในอาหาร หมายถึง สิ่งที่ปะปนอยู่ในอาหาร เกิดในขบวนการผลิต การเก็บ ซึ่งเกิดจากความไม่ตั้งใจ
7) สิ่งปลอมปนในอาหาร หมายถึง การใช้สารที่ไม่ได้ระบุไว้ว่าเป็นส่วนประกอบของอาหารหรือผลิตภัณฑ์ โดยความตั้งใจ
8) ข้อใดเป็นอาการของคนที่ขาดแคลเซียม
ก) ปลาเป็นโรคเลือดแข็งตัวช้า ข) แดนเป็นโรคคอพอก
ค) น้ำเป็นโรคกระดูกพรุ่น
9) ข้อใดเป็นการปฐมพยาบาลคนที่มีบาดแผลและเลือดออกไม่มากได้ถูกต้อง
ก) กว้างหาผ้าสะอาดปิดที่บาลแผลทันที
ข) ก้อยทำความสะอาดบาดแผลด้วยน้ำสะอาดก่อน
ค) นางพยาบาลฉีดยากันบาดทะยัก
10) คนใดที่ถือว่าออกกำลังกายอย่างถูกต้องเหมาะสม
ก) ลุงคำวิ่งที่สวน 10 กิโลเมตรทุกวัน
ข) แนนออกกำลังจนเหงื่อ ออกทุกวัน 45 นาที
ค) น้องภา กระโดดเชือกพร้อมกันคิ้วขนม
11) ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของกระดูก
ก) สร้างเม็ดเลือด ข) เป็นโครงสร้างและแกนหลักของร่างกาย
ค) ป้องกันอวัยวะสำคัญอื่นๆ
ง) ป้องกันความหนาวเย็น
12) ข้อไม่ใช่โดยตรงเป็นประโยชน์ของผิวหนัง
ก) รักษาอุณหภูมิในร่างกาย ข) ป้องกันเชื้อโรค
ค) เพื่อความสวยงาม
13) อวัยวะข้อใดที่ไม่อยู่ในระบบเดียวกัน
ก) กระดูกรูปฆ้อน แก้วหู ใบหู ข) ลิ้น หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร
ค) กระเพาะอาหาร ไต ลำไส้ใหญ๋
14) ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก) ฟุตบอลมีผู้เล่นในสนาม 20 คน
ข) บาสเก็ตบอลมีผู้ฝ่ายละ 6 คน
ค) ปิงปองประเภทรคู่ผู้เล่นต้องตีลูกสลับกัน
15) ข้อใดไม่เป็นข้อดีของการเลิกบุหรี่
ก) ดมกลิ่มอาหารได้ดีขึ้น หายใจสะดวกขึ้น ข) เลือดไหลเวียนดีขึ้น
ค) ขับถ่ายได้สะดวก ง) มีเงินเก็บมากขึ้น
16) อิมมีอาการตาพล่า มองไม่เห็นในเวลากลางคืน เยื่อบุตาและตาแห้ง ควรทานอาหารประเภทใด
ก) ส้ม มะนาว นม ข) น้ำแครอท มะระกอสุก ผักบุ้ง
ค) กล้วย มังคุด ตำลึง
17) ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก) หัวใจทำหน้าที่สูบฉีดโลหิต ข) เลือดดำมีทิศทางเข้าสู่ปอด
ค) น้ำลายไม่ได้ส่วนช่วยในการย่อยอาหาร
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)