28 มี.ค. 2556

งานกีฬาสี-จอมทองเกมส์

ในนี้เป็นช่วงที่ปิดภาคเรียน แต่กิจกรรมต่างๆที่ผ่านมีอีก เรามาดูงานแรกกันคือ งานวันกีฬาสี วันที่ 27 มกราคม 2556 เป็นวันกีฬาสี ที่มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี ที่ผ่านมา โดยพวกเราเริ่มตั้งขบวนพาเหรดที่ หน้าศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ ทุ่งครุ มาชอบภาพกัน






















ผอ. เจริญ ของพวกเราก็มา


นิวัฒน์ ไชยมิ่ง ผู้อำนวนการเขต จอมทอง มาเป็นประธานในพิธี









โปรดติดตามช่วงที่่ 2




3 มี.ค. 2556

สรุปเนื้อหา-โครงการเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้


โครงการเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้
โครงการเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสาระการเรียนรู้ ที่มีกระบวนการทำงานอย่างมีระบบ แบบแผนที่ชัดเจน ผลงานต้องสอดคล้องกับหลักสูตรและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในรายละเอียดโครงการ รวมทั้งนำไปใช้ได้จริง

โครงการ(Project Approach) เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ ผู้เรียนได้ทำการศึกษาค้นคว้าและฝึกฝนปฏิบัติด้วยตนเองตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์หรือกระบวนการอื่นๆ ไปใช้ศึกษาหาคำตอบ

โครงการ หมายถึง การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือหลายสิ่ง ที่อยากรู้คำตอบให้ลึกซึ้งหรือเรียนรู้ในเรียนนั้นๆให้มากอย่างขึ้น โดยใช้กระบวนการ วิธีการศึกษาที่เป็นระบบ เป็นขั้นตอนมีการวางแผนการศึกษาอย่างละเอียด ปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ จนได้ข้อสรุปที่เป็นคำตอบในเรื่องนั้นๆ


โครงงานจะแบ่งออกเป็นประเภท 4 ประเภท คือ
1. โครงงานสำรวจ เช่น
- การสำรวจความคิดเห็นของงวัยรุ่นต่อผู้สมัครในการเลือกตั้ง
- สำรวจแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม
- สำรวจความคิดเห็นของนักเรียนในเรื่องสภาพแวดล้อมของโรงเรียน

2. โครงงานศึกษา ค้นคว้า ทดลอง
โครงงานประเภททดลอง ส่วนใหญ่มักเป็นโครงงานวิทยาศาสตร์ ส่วนโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ส่วนใหญ่เป็นโครงงานศึกษาค้นคว้าเท่านั้น
- พระสุพรรณกัลยามีจริงหรือไม่
- โครงการรวบรวมวรรณกรรมพื้นฐานของภาคอีสาน
- โครงการรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวในภาคเหนือ
- โครงขุดหาวัตถุโบราณ

3. โครงงานสิ่งประดิษฐ์
ในการทำโครงงานสิ่งประดิษฐ์นี้จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ที่มีพื้นฐานในการทำงาน โดยอาจมาจากการสำรวจ ศึกษาค้นคว้า หรือได้ทฤษฎีมาก่อน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ย่อมเป็นรากฐานที่ดีต่อการสร้างสรรค์โครงงานสิ่งประดิษฐ์
- การวิจัยคิดค้นยาใหม่ๆในรักษาโรคต่างๆ
- การประดิษฐ์เครื่องมือทางการแพทย์ใหม่ๆ
- ขนมไทยตำรับสมัยพระนารายณ์
- เครื่องแยกขยะในชุมชน
- เครื่องมือเครื่องใช้ในการจับสัตว์น้ำที่ทำมาจากวัสดุและภูมิปัญญาพื้นบ้าน

4. โครงงานประเภทพัฒนาผลงาน เป็นการศึกษาเรียนรู้เพื่อพัฒนาผลงานเดิมที่มีอยู้แล้วให้มีประโยชน์มีคุณค่าหรือมีประสิทธิภาพมากขึ้น มี 2 ลักษณะ
4.1 การพัฒนาโครงงานเดิมที่มีผู้ศึกษาไว้แล้ว
4.2 การพัฒนาชิ้นงานเดิมที่อยู่แล้วในท้องถิ่นหรือชุมชน

การวิเคราะห์หลักสูตรเพื่อกำหนดหัวข้อโครงงาน
การวิเคราะห์หลักสูตรเพื่อกำหนดหัวข้อโครงงาน  เป็นการกระบวนที่สามารถส่งเสริมทักษะการคิดและวิเคราะห์แก่ผู้เรียนเป็นอย่างดี มีจุดมุ่งหมายสำคัญ 2 ประการ
1. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถทำโครงงานไดสอดคล้องกับหลักสูตร
2. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน

ลักษณะของโครงการที่ดี
1. เลือกทำตราความสนใจ
2. เป็นการศึกษาเชิงลึก
3. สอดคล้องกับหลักสูตร
4. เป็นเรื่องที่สำคัญและน่าสนใจ
5. ความคิดสร้างสรรค์
6. สามารถนำไปใช้ได้จริง

ลักษณะของโครงการที่ดี ต้องสะท้อนให้เห็นถึง
1. ความสัมพันธ์ของทุกส่วนประกอบ
2. ความสมเหตุสมผล
3. ความชัดเจน
4. สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ คือ จะทำอะไร ทำเพื่ออะไร ทำให้ใคร จะเริ่มทำและเสร็จเมื่อใด มีประโยชน์อะไร กับใครบ้าง ใครเป็นผู้ทำ ที่ไหน ใช้งบประมาณเท่าไหร่
5. สามารถตรวจสอบความสำเร็จได้

ส่วนประกอบของโครงงาน
3.1 ชื่อโครงงาน
3.2 หลักการและเหตุผล
หลักการ หมายถึง ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่มีผู้ใดปฏิเสธได้
เหตุ หมายถึง สภาพบางอย่างที่ควรได้รับการแก้ไขหรือพัฒนา ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้การนำเทคนิค วิธีการหรือกระบวนการแก้ปัญหาหรือพัฒนา
ผล หมายถึงข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงสิ่งดีๆ ที่คาดหวังว่าจะเกิดขึ้นภายหลังที่ได้นำวิธึการเทคนิดหรือกระบวนการมาใช้
3.3  วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์ ต้นทาง แสดงให้เห็นว่า คืออะไรหรือจะทำอะไร มีลักษณะของข้อความคือ เพื่อจะทำ....
วัตถุประสงค์ ปลายทาง แสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่จะเกิดจากโครงงาน มีลักษณะของข้อความคือ เพื่อให้.......

3.4 เป้าหมาย เป็นการแสดงให้เห็นถึงผลผลิตที่จะเกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดกระบวนการทำงาน มี 2 ลักษณะ
เชิงปริมาณ หมายถึง ผลผลิตหรือผลงานที่สามารถนับได้
เชิงคุณภาพ หมายถึง การแสดงให้เห็นคุณค่าหรือประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับผลผลิต

3.5 ระยะเวลาในการดำเนินงาน
3.6 สถานที่ดำเนินงาน
3.7 งบประมาณ
3.8 วิธีดำเนินงาน
3.9 การประเมินผล
3.10 ผลที่คาดว่าจะได้รับ เป็นประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการนำชิ้นงานไปใช้
3.11 ผู้รับผิดชอบโครงงาน
3.12 ที่ปรึกษาโครงงาน

การเขียนรายงานผลการดำเนินโครงงาน มีส่วนประกอบคือ
1. บทคัดย่อ เป็นการสรุปภาพรวมของการทำโครงการ ประกอบด้วยส่วน วัตถุประสงค์ ความสำคัญ วิธีการ และผลที่ได้รับการทำโครงงาน
2. กิตติกรรมประกาศ เป็นการแสดงความให้เกียรติและยกย่องบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการให้นำแนะนำ
3. คำนำ แสดงให้เห็นถึงจุดมุ่งหมายการทำโครงงาน ให้ผู้อ่านทราบภาพรวม
4. สารบัญ
5. สารบัญตาราง
6. สารบัญภาพ
7. บทนำ ประกอบด้วย
  7.1 หลักการและเหตุผล
  7.2 ความสำคัญ
  7.3 วัตถุประสงค์
  7.4 ขอบข่ายของการทำโครงงาน
  7.5 นิยามศัพท์เฉพาะ
  7.6 ผลที่คาดว่าจะได้รับ
8. เอกสาร/ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
9. วิธีการดำเนินงาน
10. ผลการดำเนินงาน
11. สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
11.1 สรุป เป็นการแสดงข้อมูลในส่วนที่เป็นวัตถุประสงค์ วิธีการดำเนินงานโดยย่อ
11.2 อภิปรายผล เป็นกาเขียนอภิปรายเหตุผลหรือสาเหตุที่ทำให้ผลงานออกมาในทำนอง น่าพอใจ/ไม่สนพอใจ สอดคล้อง/ไม่สอดคล้องกับผลงานที่คนอื่นทำไว้ และอื่นๆ
11.3 ข้อเสนอแนะ เป็นการเขียนเพื่อเสนอแนะแก่ผู้อื่นที่จะทำโครงงานในเรื่องเดียวกันหรือคล้ายกันให้สมบูรณ์มากขึ้น
12. บรรณนุกรม
13. ภาคผนวก เป็นข้อมูลอื่นๆที่ไม่สามารถหือไม่เหมาะสมจะนำไม่ใช้ในตัวเนื้อหาหลักที่กำหนดไว้ตามสารบัญ




แบบฝึกหัดวิชาคณิตศาสตร์


แบบฝึกหัดวิชาคณิตศาสตร์

1) ข้อใดเป็นจำนวนเฉพาะทั้งหมด
  1. 3, 5, 12          2. 5, 11, 23
  3. 7, 15, 31        4. 13, 17, 35

2) ข้อใดที่มีค่ามากที่สุด
  1. 7(9 - 5) + 8             2. 4 + 5x6 -10
  3. 15 + (40 - 8) / 4     4. 10 – (15 + 8)x2

3) ครน. และหรม ของ 4, 12, 20 คือข้อใด
1. ครน. คือ 30 และ หรม. คือ 2
2. ครน. คือ 50 และ หรม. คือ 5
3. ครน. คือ 60 และ หรม. คือ 20
4. ครน. คือ 60 และ หรม. คือ 4

4) สนามหน้าบ้านเป็นรูปสี่เหลี่ยมกว้าง 5 เมตร ยาว 8.4 เมตร จะมีพื่นที่กี่ตารางเมตร
1. 32 ตารางเมตร      2. 42 ตารางเมตร
3. 44 ตารางเมตร      4. 52 ตารางเมตร

5) ข้อใดต่อไปนี้ที่ไม่ถูกต้อง
1. จำนวนคู่ คูณ จำนวนคี่ เป็นจำนวนคู่
2. ผลรวมของมุมในรูปสามเหลี่ยมทุกรูป เท่ากับ 180 องศา
3. มุมฉากมีขนาด 90 องศา
4. ความยาวของเส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลม เป็นครึ่งหนึ่งของมความของรัศมี ในวงกลมเดียวกัน


6) สามเท่าของจำนวนหนึ่ง รวมกับ 7 แล้ว เท่ากับ 25 เขียนเป็นสมการตรงกับข้อใด
1. 3x + 7 = 25       2. 3(x + 7) = 25
3. 3x – 7 = 25       4. 3(x – 7) = 25    


7) คำตอบของสมการ  5(2 -3x) = -50 เท่ากับข้อใด
1. -4       2. -3
3. 4        4. 5

8) ถ้า a + b = 12 และ a – b = 2 แล้ว ab + 2 เท่ากับข้อใด
1. 34     2. 35     3. 36    4. 37

9) ข้อใดแสดงถึงสมบัติการแจกแจงหรือการกระจาย
1. 3 + (4 + 5) = (3 + 4) + 5            2. 3 x (4 x 5) = (3 x 4) x 5
3. 6 x (3 + 4) = (6 x 3) + (6x4)    4. 12 + 34 = 34 + 12

10) คำตอบในข้อใดมีค่ามากที่สุด
1. 3 ใน 5 ของ 2600 1260      2. ครึ่งหนึ่งของ 2480 1240
3. 2 ใน 9 ของ 5400                4. 4 ใน 7 ของ 2100    

11) รูปใดที่มีพื้นที่น้อยที่สุด 
1. รูปสีเหลี่ยมที่มีความกว้าว 7 เมตร ยาว 8 เมตร
2. รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่มีความยาวด้าน 8 เมตร
3. รูปสามเหลี่ยมที่มีฐานกว้า 12 เมตร ยาว 10 เมตร
4. รูปสี่เหลี่ยมที่มีฐานยาว 6 เมตร สูง 10 เมตร

12) ธนบัตรในละ 20 บาท จำนวน 60 ใบ มีค่าเท่ากับธนบัตร ใบละ 50 บาท กี่ใบ
1. 17  ใบ  2.  20 ใบ  3.  24 ใบ  4. 28 ใบ  

เฉลย
ข้อที่ 1 ตอบข้อ 2 
จำนวนเฉพาะคือจำนวนที่มีตัวหารมันได้ 2 ตัวเท้านั้นคือ 1 และตัวมันเอง
เช่น 2, 3, 5, 7, 11, 13, 17, 19, 23, 29, 31, ...
จำนวนอื่นๆ เช่น 4, 6, 8, 9, 10, 12, 14, 15, 16, ... เราจะเรียกว่าจำนวนประกอบ

ข้อที่ 2 ตอบข้อ 2 
1. 7(9 - 5) + 8 = 7x4 – 8 = 28 – 8 = 20
2. 4 + 5x6 -10 = 4 + 30 -10 = 34 – 10 = 24
3. 13 + (40 - 4) / 4 = 13 + 36 / 4 = 13 + 9 = 22
4.  10 – (3 + 8) x 2 = 10 – 11 x 2 = 10 – 22 = -12

ข้อที่ 3  ตอบข้อ  4
ครน. ของ 4, 12, 20 คือ 60 เนื่องจาก 60 เป็น จำนวนที่น้อยที่สุดคือ 4, 12, 20 หารได้ลงตัว
หรม. ของ 4, 12, 20 คือ 4  เนื่องจาก 4 เป็นจำนวนที่มากที่สุดที่หาร 4, 12, 20 ได้ลงตัว

ข้อที่ 4  ตอบข้อ 2  
เราหาพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยม ได้จาก 
สูตร  พื้นที่สี่เหลี่ยม = ความกว้าง x ความยาว = 5 x 8.4 = 42.0  = 42 ตารางเมตร

ข้อที่ 5 ตอบข้อ 4
ที่ถูกต้องคือ  ความยาวของเส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลม เป็น 2 เท่าของมความของรัศมี ในวงกลมเดียวกัน


ข้อที่ 6 ตอบข้อ 1  
ข้อ 2 มาจากประโยคว่า 3 เท่าของผลบวกของจำนวนหนึ่งกับ 7 เท่ากับ 25
ข้อ 3 มาจากประโยคว่า 3 เท่าของจำนวนหนึ่ง ลบ 7 แล้ว เท่ากับ 25
ข้อ 4 มาจากประโยคว่า 3 เท่าของผลต่างของจำนวนหนึ่งกับ 7 เท่ากับ 25

ข้อที่ 7 ตอบข้อ 3  
  5(2 -3x) = -50
10 – 15x = -50
       -15x = -50 – 10 
       -15x = -60
             x = -60/-15
             x = 4

ข้อที่ 8 ตอบข้อ  
การหาคำตอบในข้อนี้แบบง่ายๆ คือ หาตัวเลขที่ 2 ตัว ที่บวกกันแล้วได้ 12 แต่ตัวเลข 2 ตัวนี้ต่างๆ กัน 2 คือ a = 7 และ b =5 
ดังนั้น สิ่งที่โจทย์ต้องการคือ ab + 2 = 7x5 + 2 = 35 + 2 = 37


ข้อที่ 9 ตอบข้อ 3
1. เรียกว่า สมบัติการจัดกลุ่มหรือเปลี่ยนกลุ่มการบวก
2. เรียกว่า สมบัติการจัดกลุ่มหรือเปลี่ยนกลุ่มการคูณ
4. เรียกว่า สมบัติการสลับที่การบวก

ข้อที่ 10 ตอบข้อ  1 
1. 3 ใน 5 ของ 2600 = (3/5)x2600 = 3x520 = 1260
2. ครึ่งหนึ่งของ 2480 = 2480/2 = 1240
3. 2 ใน 9 ของ 5400 = (2/9)x5400 = 2x600 = 1200
4.  4 ใน 7 ของ 2170 = (4/7)x2170 = 4x310 = 1240    

ข้อที่ 11 ตอบข้อ 3
1. รูปสีเหลี่ยมที่มีความกว้าว 7 เมตร ยาว 8 เมตร
มีพื้นที่ = กว้าง x ยาว = 7 x 8 = 56 ตารางเมตร (เมตร2)
2. รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่มีความยาวด้าน 8 เมตร
มีพื้นที่ = ด้าน x ด้าน = 8 x 8 = 64 ตารางเมตร (เมตร2)
3. รูปสามเหลี่ยมที่มีฐานกว้า 12 เมตร ยาว 10 เมตร
มีพื้นที่ = (1/2) x ฐาน x สูง = (1/2) x 12 x 10 = 6 x 10 = 60 ตารางเมตร (เมตร2)
4. รูปสี่เหลี่ยมที่มีฐาน 9 เมตร สูง 7 เมตร
มีพื้นที่ = ฐาน x สูง = 9 x 7 = 63 ตารางเมตร (เมตร2)

ข้อที่ 12  ตอบข้อ 3. 
ธนบัตรในละ 20 บาท จำนวน 60 ใบ เป็นเงิน 20 x 60 = 1200
มีค่าเท่าธนบัตรใบละ 50 บาท จำนวน 1200 / 50 = 24 ใบ 






1 มี.ค. 2556

แบบฝึกหัด-ช่องทางการพัฒนาอาชีพ2


แบบฝึกหัดตอนที่ 2
20) ธุรกิจ คือข้อใด
  1. กิจกรรมที่ทำเพื่อสุขภาพของคนในสังคม
  2. กิจกรรมที่ทำเพื่อขายบริการ
  3. กิจการที่ก่อให้เกิดสินค้าและบริการ ช่องทางการประกอบธุรกิจไม่ใช่เพียงแต่มุ่งหวังผล
กําไร แต่มุ่งอํานวยสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์
  4. กิจการเพื่อทำการศึกษากับคนในสังคม

21) จุดมุ่งหมายของธุรกิจไม่มุ่งหวังเรื่องใด
  1. เพื่อให้บริการแก่ผู้บริโภคอุปโภค
  2. นําผลกําไรมาสู้ผู้ลงทุน
  3. เพื่อความอยู่รอดและเจริญเติบโต
  4. เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้

22) งบประมาณ หมายถึง _______
22) เครื่องใช้สํานักงาน หมายถึง _______
23)  ความหมายของเอกสารทางธุรกิจ หมายถึง _______
  1. เอกสารต่างๆ ที่ทําขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร อาจจะเขียนขึ้นเองในลักษณะของจดหมาย พิมพ์เป็นแบบฟอร์ม
  2. การวางแผนประมาณการรายรับ-รายจ่าย เพื่อเป็นแนวทางในการใช้จ่ายอย่างประหยัด งบประมาณแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ รายรับ รายจ่าย
  3. เครื่องมือเครื่องใช้สํานักงานที่จัดทําขึ้นเพื่ออํานวยความสะดวกสบาย ในการปฏิบัติงานสํานักงานให้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพ

24) ประโยชน์ของการจัดทํางบประมาณ คือข้อใด
  1. ทําให้มีแผนการใช้จ่ายเงินอย่างเป็นระบบ
  2. ช่วยลดปัญหาการใช้จ่ายเงินมากกว่ารายได้
  3. สามารถจัดสรรเงินออมไว้ ใช้จ่ายในอนาคต
  4. ทำให้ใช้จ่ายได้อย่างฟุ่มเฟือย

25) กระบวนการของการจัดการ ประกอบด้วย
  1. ปัจจัยนําเข้า (Inputs) กระบวนการ (Processes)
  2. ปัจจัยนําเข้า (Inputs) ปัจจัยนําออก (Outputs)
  3. กระบวนการ (Processes) ปัจจัยนําออก (Outputs) การตรวจสอบ (Checking)
  4. ปัจจัยนําเข้า (Inputs) กระบวนการ (Processes) ปัจจัยนําออก (Outputs)


26) ข้อใดที่ถูกต้อง
  1. ปัจจัยนําเข้า ได้แก่ คน เงิน วัสดุ อุปกรณ์และวิธีการ
  2. หน้าที่การจัดการ 5 ประการ คือ การวางแผน การจัดองค์กร การจัดคนเข้าทํางาน การอํานวยการ และการควบคุม
  3. ปัจจัยนําออกได้แก่ สินค้าหรือบริการ
  4. ทุกถูกข้อ

27) ประเภทของแผนงาน ได้แก่
  1. แผนระยะสั้น เป็นแผนงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเฉพาะอย่าง มีระยะเวลาดําเนินการไม่เกิน 1 ปี
  2 แผนระยะปานกลาง เป็นแผนงานที่มี ระยะเวลา 3-5 ปี
  3 แผนระยะยาว เป็นแผนงานที่มีระยะเวลาดําเนินการยาวนานกว่า 5 ปี
  4. ถูกทุกข้อ

28) ข้อใดจัดเป็นแผนระยะสั้น
  1. รัฐบาลคิดสร้างรถไฟฟ้า
  2. กรุงเทพคิดสร้างสะพานข้ามแม่เจ้าพระยา
  3. การซ่อมสะพานข้ามคลอง
  4. การสร้างโรงไฟ้ฟ้านิวเคลียร์

29) โครงการ หมายถึง _____
  1. งานที่มีการดําเนินการในขอบเขตที่จำกัด โดยมุ่งหวังผลกำไรเป็นสําคัญ
  2. งานที่มีการดําเนินการในขอบเขตที่จำกัด โดยมุ่งหวังความสําเร็จของงานเป็นสําคัญ
  3. งานที่มีการดําเนินการในขอบเขตที่จำกัด โดยเพื่อสังคม
  4. งานที่มีการดําเนินการในขอบเขตที่จำกัด โดยด้านการศึกษา

30) ข้อใดไม่ลักษณะของงานโครงการ 
  1. มีกําหนดระยะเวลาที่แน่นอน
  2. งานโครงการจะมีผู้บริหาร
  3. มีการประเมินผลงาน
  4. ต้องใช้เงินมหาศาล

31) ความจําเป็น หมายถึง _____
32) ความต้องการ หมายถึง _____
33) การตลาด หมายถึง _____
  1.  ความต้องการขั้นพื้นฐาน เป็นตัวผลักดันให้เกิดพฤติกรรมเพื่อสนองความต้องการนั้น ความต้องการในสิ่งจําเป็นพื้นฐานในการดํารงชีวิต
  2. ความต้องการอยากได้ อยากเป็น แต่ไม่มีก็ไม่เดือดร้อนแก่ชีวิต
  3. กระบวนการวางแผนและการปฏิบัติตามแนวคิด การกําหนดราคา การส่งเสริมการตลาด เพื่อสร้างให้เกิดการแลกเปลี่ยนที่ทําให้ผู้บริโภคได้ รับความพอใจและบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร


34) ประโยชน์ของการทํางบประมาณและการบันทึกบัญชีรายรับ-รายจ่าย ยกเว้นข้อใด
  1. มีหลักฐานในการรับและจ่ายเงินอย่างเป็นระบบ
  2. ช่วยในการวางแผนการใช้เงินได้
  3. ช่วยให้เป็นคนมีเหตุผลและรู้จักค่าของเงิน
  4. มีเงินเหลือเก็บ

35) การลงทุน หมายถึง ______
  1. การออมเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้น
  2. การฝากเงินในธนาคาร
  3. การซื้อฉลากกินแบ่งรัฐบาล
  4. การนำเงินไปลงทุนค้าขาย

36) ความพร้อม หมายถึง _______
37) ตลาด คือ ______
38) เทคนิค คือ _______
39) การจัดการ หมายถึง ________
40) ทักษะ คือ 
  1. สภาพของบุคคลที่มีวุฒิภาวะแรงจูงใจและประสบการณ์เดิมสูง พอที่จะก่อให้เกิด
การตัดสินใจเลือกพัฒนาอาชีพได้โดยสะดวก
  2. กลุ่มของบุคคลและองค์การที่มีความต้องการและมีอํานาจในการซื้อสินค้าและบริการ
  3. ความสามารถในการปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ อย่างชํานาญ
  4. กลวิธีต่างๆ ที่ใช้เสริมกระบวนการ ขั้นตอน วิธีการหรือการกระทําใดๆ เพื่อช่วยให้ ขั้นตอน วิธีการมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น
  5. การจัดสรรหรือการดําเนินการทรัพยากรในการผลิต (ที่ดิน ทุน และแรงงาน) เพื่อทําให้การผลิตให้ได้ตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย

41) ข้อต่อไปนี้เป็นข้อคำนึงถึงในการผลิต ยกเว้นข้อใด
  1. จะผลิตอะไร จะผลิตที่ไหน
  2. จะผลิตเมื่อไร จะผลิตเท่าไรและอย่างไร
  3. จะผลิตและขายกับใคร
  4. จะขายที่ไหน, ราคาเท่าไหร่และมีกำไรมากน้อยแค่ไหน

20) 3   21) 4   22) 2   23) 3   24) 1   25) 4
26) 4   27) 4   28) 3   29) 2   30) 4   31) 1
32) 2   33) 3   34) 4   35) 1   36) 1    37) 2
38) 4   39) 5   40) 3   41) 4



แบบฝึกหัด-ช่องทางการพัฒนาอาชีพ1


ช่องทางการพัฒนาอาชีพ
สาระสําคัญ
เป็นองค์ความรู้ เกี่ยวกับการงานอาชีพและเทคโนโลยี ซึ่งประกอบด้วยการสํารวจวิเคราะห์อาชีพใน
ชุมชน ประเทศ และโลก เพื่อนําไปสู่การพัฒนาระบุสิ่งที่ต้องการพัฒนาอาชีพเหตุผลความจําเป็นที่ต้องการพัฒนาอาชีพด้านต่าง ๆ แสวงหาความรู้และเทคนิคการพัฒนาอาชีพวิเคราะห์ ความรู้และเทคนิคที่ได้มา เพื่อนําไปสู่การพัฒนาอาชีพ การตัดสินใจเลือกวิธีการ เพื่อพัฒนาอาชีพและการตรวจสอบความเป็นไปได้ในการพัฒนาอาชีพ ให้ผู้ เรียนสามารถเลือกแนวทางการพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมต่อตนเองและชุมชนได้


บทที่ 1 การงานอาชีพ
เรื่องที่ 1 ความสําคัญและความจําเป็นในการพัฒนาอาชีพ
เรื่องที่ 2 การพัฒนากระบวนการผลิตอาชีพในชุมชน สังคม ประเทศและโลก
เรื่องที่ 3 การพัฒนากระบวนการจัดการงานอาชีพในชุมชน สังคม ประเทศและโลก
เรื่องที่ 4 คุณธรรม จริยธรรม
เรื่องที่ 5 การอนุรักษาพลังงานและสิ่งแวดล้อมในชุมชน สังคม ประเทศและโลก
บทที่ 2 ช่องทางการพัฒนาอาชีพ
เรื่องที่ 1 ความจําเป็นในการมองเห็นช่องทางเพื่อพัฒนาอาชีพ
เรื่องที่ 2 ความเป็นไปได้ในการพัฒนาอาชีพ
เรื่องที่ 3 การกําหนดวิธีการพัฒนาอาชีพพร้อมเหตุผล
บทที่ 3 การตัดสินใจเลือกพัฒนาอาชีพ

แบบฝึกหัด

1) ข้อใดที่ไม่แสดงถึงถึงการพัฒนาอาชีพของตนเอง
  1. แก้วซื้อคิดหาของมาขายในร้านเพิ่มเติม
  2. ดวงหาสูตรอาหารใหม่ๆมาทำขาย
  3. เดือนคิดหาจุดบกพร่องของผลิตภัณฑ์
  4. น้ำเรียนการตลาดเพื่อหาช่วยกิจการของพ่อ

2) การกระทำในข้อใดที่ทำให้ครอบครัวเข้มแข็งทางเศรษฐกิจมากที่สุด
  1. แม่รับจ้างซักผ้า ตอนกลางวัน
  2. พ่อไปเล่นพนันหวังหาเงินมาจ่ายค่าเทอม
  3. ลูกช่วยแม่ซักผ้า ถูบ้านหลังทำการบ้าน
  4. พ่อพาลูกไปขายของที่จัตุจักร ได้กำไรวันละ 800-1200 บาท เป็นรายได้เสริม

3) ข้อใดเป็นลักษณะของครอบครัวที่ไม่ความผูกพันกันทางสายเลือด
  1. พ่อ แม่
  2. ป้า น้า
  3. อา หลาน
  4. นายจ้าง ลูกจ้าง

4) ข้อใดที่ไม่ใช่ลักษณะของความเป็นครอบครัว
  1. ครอบครัวที่ประกอบด้วยทางกฎหมาย
  2. ครอบครัวที่ประกอบด้วยกลุ่มคนที่มีความผูกพันกันทางสายเลือด
  3. ครอบครัวที่ประกอบด้วยกลุ่มคนที่มีการใช้จ่ายร่วมกัน จากเงินงบประมาณเดียวกันอาจเกี่ยวพัน
กันทางสายเลือดหรือไม่เกี่ยวพันกัน
  4. ครอบครัวที่พ่อและแม่แยกกันอยู่

5) ข้อใดที่เป็นการช่วยกันทำงานในบ้านอย่างเหมาะสม
  1. ลูกชาย 6 ขวบช่วยแม่หุงข้าว
  2. ลูกสาวอยู่ ป.6 ช่วยแม่ถูบ้าน ทำอาหารเย็น
  3. ปู่วัย 75 ปีช่วยซ่อมรถให้พ่อ
  4. ลูกชายวัย 10 ปี เดินสายไฟในบ้าน

6) สถาบันแรกที่มีหน้าที่ปลูกความเป็นผู้มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ และอื่นๆคือ....
  1. โรงเรียนอนุบาล
  2. โรงพัก
  3. โรงเรียนประถม
  4. ครอบครัว

7) ข้อใดเป็นการฝึกฝนให้เด็กมีวินัย
  1. พ่อสอนให้ลูกไหว้ผู้ใหญ่
  2. แม่ไม่ให้ลูกดูทีวี ถ้าการบ้านยังไม่เสร็จ
  3. น้าสอนให้หลานปลูกต้นไม้
  4. ป้าสอนให้หลานทำอาหาร

8) ชุมชนและสังคมจะเข้มแข็งได้ คนในชุมชนและสังคม ต้องไม่ปฏิบัติตัวตามข้อใด
  1. ไม่ทิ้งขยะในที่สาธารณะ
  2. รู้จักแบ่งปันและเป็นหูเป็นตาให้กัน
  3. แสดงน้ำใจต่อกัน รู้จักการขอโทษและให้อภัย
  4. พูดจานินทากัน ดูถูกกัน

เลือกคำตอบที่อยู่ด้านล่าง
9) อาหาร หมายถึง _______
10) สารอาหาร หมายถึง _______
11) อาหารสมส่วน หมายถึง _________
  1. สิ่งที่กินเข้าสู่ร่างกายแล้วไม่มีโทษต่อร่างกาย แต่นําไปใช้ประโยชน์ได้ โดยสร้าง
ความเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยให้ ร่างกายดําเนินชีวิตตามปกติ และปราศจากโรค
  2. อาหารที่มีสารอาหารครบทั้งปริมาณและคุณภาพตามความต้องการของร่างกาย
  3. ส่วนประกอบที่เป็นสารเคมีที่มีอยู่ในอาหารและร่างกาย สามารถนําไปใช้
ประโยชน์ได้ ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ ไขมัน

12) หลักในการถนอมอาหาร คือข้อใด
  1. การแช่อาหารในอุณหภูมิต่ำ เพื่อทำให้แบคทีเรียและเชื้อราเจริญเติบโตช้าลง
  2. การตากแห้ง  ทำให้ความชื้นในอาหารต่ำจนเชื้อจุลินทรีย์ไม่สามารถเจริญเติบโตได้
  3. การใช้ความร้อน เพื่อทําลายจุลินทรีย์
  4. ถูกทุกข้อ

13) วิธีพาสเจอร์ไรส์ ทำอย่างไร ________
14) วิธีสเตอร์ริไรส์  ทำอย่างไร  _________
  1. นำอาหารมาตากแห้ง
  2. นำอาหารมาผ่านความร้อนที่อุณหภูมิไม่ถึงจุดเดือด เพื่อทําลายเชื้อจุลินทรีย์บางส่วน
  3. นำอาหารมาผ่านความร้อนที่อุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน เพื่อทําลายเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมด
  4. การแช่แข็งอาหาร

15) ข้อใดไม่ใช่การปลูกผักสวนครัวปลอดสารเคมี
  1. ชายใช้ปุ๋ยคอก
  2. แดนใช้แสงไฟล่อแมลง
  3. ลุงมีใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ
  4. น้าสวยหว่านปุ๋ยเคมีใต้โค่นมะม่วง

16) ข้อใดเป็นลักษณะของพืชผักสวนครัว
  1. ป้าปลูกพริกในกระถางหน้าบ้าน
  2. ชาวนาปลูกมะละกอไว้ขาย
  3. ป้าแบ่งกล้วยที่อยู่หลังบ้านให้เพื่อนบ้าน
  4. แม่ปลูกตำลึงไว้ข้างรั่ว

17) สัตว์เลี้ยงที่สําคัญทางเศรษฐกิจ ได้แก่ข้อใด
  1. สัตว์ใหญ่ ได้แก่ โค วัว
  2. สัตว์เล็ก ได้แก่ สุกร แพะ
  3. สัตว์ปีก ได้แก่ เป็ด ไก่
  4. สัตว์น้ำ ได้แก่ ปลา, กบ
  5. ทุกถูกข้อ

18) ข้อใดไม่เป็นลักษณะของงานช่าง
  1. แก้วซ่อมพัดลม
  2. ลุงดีต่อโต๊ะด้วยไม้ไผ่
  3. ฝนเลี้ยงแมวขาย
  4. ชัยติดตั้งเครื่องปรับอากาศในบ้าน

19) ประเภทของงานประดิษฐ์ ได้แก่ข้อใด 
  1. ของเล่น
  2. ของใช้ในชีวิตประจําวัน
  3. ของตกแต่งสถานที่
  4. เครื่องใช้ในงานพิธี
  5. ทุกถูกข้อ

เฉลย
1) 1    2) 4    3) 4    4) 4      5) 2   6) 4
7) 2    8) 4    9) 1   10) 2   11) 3  12) 4
13) 2  14) 3  15) 4  16) 2  17) 5  18) 3
19) 5